‘นี่เรา...โชคดีขนาดนี้จริง ๆ เหรอเนี่ย! อย่างกับขุดเจอทองคำแน่ะ’
✦ พราว พราวเสน่ห์ ✦
หลังอ่านจบในหัวมีแต่คำว่าพี่ ‘คินน์’ ดีมาก
โชคดีของ ‘พราว’ มาก ๆ วาสนาน้องมากที่ได้พี่เขาไป
เหมือนที่น้องบอกเลยว่าอย่างกับขุดเจอทองคำ ทั้งหายาก ทั้งทรงคุณค่า
ไม่อยากจะพูดซ้ำคำนี้กับใคร แต่ก็ต้องยอมรับว่าอยากมีพี่คินน์เป็นของตัวเองค่ะ![]()
พี่คินน์ดีมาก
ในเล่มก่อนหน้าที่เคยโผล่มาดียังไงวันนี้ก็ยังดีอยู่อย่างนั้น ธงเขียวโบกสะบัด
เป็นพระเอกที่ดีต่อใจมากมาย ทุกคำพูดคือรู้เลยว่าผ่านกระบวนการคิดมาหมดแล้ว
รู้ว่าตัวเองกำลังเผชิญอยู่กับคนแบบไหน คำพูดแบบใดที่ควรพูดในสถานการณ์นี้
ใครอ่านแล้วไม่โดนตกบอกด้วยว่าห้อยพระวัดไหน ขนาด ‘มิซซี่’
เป็นแมวยังกระโดดใส่ว่าที่คุณพ่อตลอดเวลา
การเล่าเรื่องเป็นการเล่าผ่านตัวละครหลักแบบ Dual POV ของพระนางสลับกัน
มีการกล่าวถึงช่วงเวลาที่ตัวละครได้รับบาดแผลในใจ ทีละนิด
สลับกับการพูดถึงคุณแม่ที่พราวให้ความสำคัญมากเป็นอันดับหนึ่งในชีวิต
ซึ่งตรงนี้สำคัญมาก และเป็นเสมือนจิ๊กซอว์ของเรื่องที่ค่อย ๆ
ปะติดปะต่อขึ้นมาจนเป็นรูปเป็นร่างให้เราคาดเดาสถานการณ์ของตัวละคร
ชอบที่พี่คินน์เปิดใจให้น้องด้วยความยินดี อะไรนิด ๆ หน่อย ๆ
ที่พอจะทำให้พราวมีชีวิตชีวาขึ้นได้พี่คินน์ก็ยอมหมด ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการแต่งตัว
การมีอยู่ของคอนโดแมวในห้องทำงาน การที่ข้าวของเครื่องใช้ค่อย ๆ
เปลี่ยนเป็นสีชมพูตามความต้องการของพราว
เลิฟไลน์น่ารักมาก พี่คินน์ค่อย ๆ
กะเทาะเปลือกที่พราวสร้างขึ้นมาป้องกันตนเองจากคนอื่นจนสำเร็จด้วยวิธีของพี่คินน์
พี่คินน์คือส่วนที่ดีที่สุดของเรื่องนี้ค่ะ โดนตกทั้งคน ทั้งแมว ชอบความค่อย ๆ
สอนพราวให้มองโลกในอีกแบบ เวลาเห็นน้องเริ่มไม่พอใจ
พี่คินน์จะคอยปรามว่าลองมองอีกแบบดีมั้ย ซึ่งน้องก็ไม่ใช่คนพูดยาก
เพียงแต่บางสิ่งทำให้น้องต้องสร้างปราการนั้นขึ้นมา
พี่คินน์น่ารักมาก ชอบเวลาที่จะทำอะไรก็ให้เกียรติน้อง
แต่มีเด็กใจร้อนหนึ่งอัตรา ชี้โพรงให้กระรอก
เรื่องของชาวเน็ตเท่ากับเรื่องของพราวเองค่า
ตลกที่ไม่ว่าชีจะคิดอะไรทุกคนรอบตัวจะรู้หมด
โดยเฉพาะพี่คินน์ที่อ่านความคิดน้องหมดทุกอย่าง แต่พอเป็นเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ
ก็มีแอบไปไม่เป็นบ้าง แต่พอไล่ทันก็ดักน้องไม่หยุด
เป็นเรื่องที่ย่อยง่ายมากจนเราไม่ได้คิดว่าครั้งนึงจะมีเหตุการณ์แบบเมื่อเก้าปีก่อนเกิดขึ้น
พล็อตถามว่าแปลกใหม่มั้ย ก็ต้องบอกว่าไม่ได้แปลกใหม่อะไรค่ะ
ซึ่งมันดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ปมที่ซ่อนไว้ค่อนข้างจะทรอมากับตัวละคร และส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันไปมากพอสมควร
จนถึงขั้นสร้างกำแพงเพื่อกันบุคคลอื่นเข้ามา
จุดนี้ทำให้เรายิ่งมองเห็นแนวทางการเขียนของคุณแพนชัดมากขึ้น
หนึ่งสิ่งที่เราจับจุดได้คือ
เรามักจะเห็นคุณแพนเขียนให้ตัวละครได้พบเจอกับปัญหาที่มีผลจากการกระทำของตนเอง
หรือผลกระทบจากสิ่งที่ตัวละครเป็น แล้วค่อย ๆ แก้ไขมันจนกลับเข้าสู่สภาวะเดิม
โดยมีตัวละครหลักอีกคนเข้ามาเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลง
เซ็กซ์ซีนอยู่ในช่วงท้ายของเรื่อง ด้วยวัยของตัวละคร
เรามองว่าจัดให้อยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมคือถูกต้องที่สุด มาช้าแต่มานะ
แล้วทำถึงมาก เราชอบพี่คินน์มากกกกกก เซ็กซ์ซีนดีมาก
ยัยน้องพราวคือนางสาวพราวเสน่ห์ของแทร่ เราไม่คิดว่าคนที่เปิดก่อนจะเป็นน้องอะ
เซอร์ไพร์สมาก เป็นอะไรที่น้อยแต่มากที่สุด!
ทุกคนต้องได้อ่าน พี่คินน์ดีแบบมาก เห็นถึงความใส่ใจ
ความทะนุถนอมตลอดเวลา แม้แต่ตอนที่จะ make
love ความค่อย ๆ จูบเอย ค่อย ๆ ทำเอย ไหนจะคำพูดปลอบประโลมเอย
พ่อคุณเอ้ยย คุณพี่จะใจดีไปถึงไหนคะ มีคนอยากให้พี่คินน์ลองมูมมามดูบ้างอะไรบ้าง
คนคนนั้นก็คือ เราเองงงงงง ใครสายเจนเทิลบอกเลยว่าแพ้ราบคาบ
ส่วนตัวเรามีติดอยู่สองอย่าง
มันมีหนึ่งคำที่ไม่รู้ว่าเป็นคำพูดติดปากของคุณแพน
หรือเป็นแค่การอยากสร้างสำนวนในประโยคพูดเพื่อส่งเสริมบทสนทนาของตัวละคร
แต่เราอ่านเจอแล้วรู้สึกว่ามันค่อนข้างเห็นบ่อย นั่นคือคำว่า ‘หืม’
ซึ่งมักจะมีต่อท้ายในประโยคคำถาม
ซึ่งเป็นรูปแบบประโยคที่สมบูรณ์ในตัวของมันเองอยู่แล้ว โดยที่ไม่ต้องมีคำนี้เสริมก็ได้
ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นการสร้างคำเพื่อนส่งเสริมคาร์แร็คเตอร์ตัวละคร
แต่ว่าเห็นหลายตัวละครพูดกัน ทั้งคุณพ่อ ทั้งพราว และตัวพี่คินน์เอง
ที่มักจะติดคำนี้ห้อยท้ายในประโยคคำถามน่ะค่ะ คนอื่นไม่รู้เห็นมั้ย
แต่เราว่าเราเจอค่อนข้างเยอะ จนเหมือนเป็นคำติดปากของนักเขียนเอง
อีกหนึ่งจุดที่อยากพูดคือเสียงขำ ‘คิก ๆ’ ของตัวละคร
คือปกติแล้วเราไม่ขำเป็นเสียงคิก ๆ กัน จะมีก็แค่ตอนหลุดขำ
ฟีลเกือบหลับแต่กลับมาได้แค่ ‘คิก’ เดียว แต่พอลองออกเสียงตาม
แล้วนึกภาพที่บรรยายว่าตัวละครขำเป็นเสียงนี้ มันเลยไม่ค่อย make sense สำหรับเราน่ะค่ะ