เรื่องนี้ไม่มีดราม่าอ่านสบาย ไม่เครียด ไม่ต้องคิดตามให้ปวดหัว พระนางเข้าใจกัน เข้าใจปัญหา แล้วก็ฉลาดคิดช่วยกันแก้ปัญหาดีค่ะ หรือเรียกง่ายๆ ว่าศีลเสมอกัน นางเอกแบบฟาดมา ฟาดกลับ เพราะเอกก็จัดการปัญหาเก่ง
‘สีหยก’ ถูกเพื่อนที่เคยสนิทอย่าง ‘ดาหวัน’ ชวนไปงานหมั้นกับแฟนเก่าของตัวอย่าง ‘ธาม’ เพราะรู้จุดประสงค์ของเพื่อนเก่าอย่างดาหวันดีว่านังคนนี้ไม่ได้หวังดีเชิญไปร่วมงานเพราะมิตรภาพแน่ๆ ก็เลยหาทางเอาคืนด้วยการสวมชุดดำไปร่วมงาน แค่นั้นยังไม่พอ หยกแอบเอาเครื่องดื่มไปในห้องน้ำเพื่อทำให้เครื่องดื่มสกปรกก่อนที่จะเอามาให้ดาหวันดื่ม ‘องศา’ ที่เห็นว่าหยกเดินออกมาพร้อมแก้วจากห้องน้ำ ก็คิดได้ว่าไม่น่าจะไปทำเรื่องที่ดีมาแน่นอนเลยเดินตามเข้าไปในงาน ตอนที่สีหยกยื่นแก้วเครื่องดื่มให้ดาหวัน องศาเลยเข้าไปห้าม และหาเรื่องสีหยก เพราะตกใจสีหยกเลยก้าวพลาดตกน้ำไป เรื่องราวคืนนั้นเลยตกเป็นที่สนใจของคนในงาน
‘โฉม’ เพื่อนในกลุ่มที่เรียนต่างมหาลัยนัดเพื่อนๆ ไปสังสรรค์ที่อาร์คลับเพราะไปเจอกับกิ๊กเก่าที่จบไม่สวยเข้าก็เลยได้โอกาสมาดื่มไปในตัว ไม่นานก็พากันเมาหน้าทิ่ม จนเหลือแค่ ‘นัท’ กับสีหยกที่มีสติพอจะพยุง ‘เพียงฟ้า’ และโฉมเพื่อกลับหอ แต่หลังจากเข้าห้องน้ำกลับมาสีหยกรู้สึกว่าตัวเองผิดปกติไป รู้สึกตัวอีกทีตอนที่ตื่นเช้าขึ้นมาเจอกับองศาที่นั่งอยู่บนเตียงเดียวกัน ถึงจะอยากเชื่อว่าเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สีหยกเองกลับจำมันได้หมดทุกอย่าง สีหยกกำลังจะพูดเพื่อทวนความจำ
“เมื่อคืนเรา”
“เราเอากัน เอาสดหลายรอบ” พอคนตัวโตตรงหน้าช่วยตอบกลับมาเพื่อย้ำเตือนความจำ สมองถึงกับแบลงก์ไปชั่วขณะ ทั้งๆ ที่เรื่องเมื่อคืนเกิดจากความไม่เข้าใจ และน่าจะโดนมอมยาทั้งคู่ ถึงแบบนั้นองศาก็ยังยืนยันจะรับผิดชอบเธอกับลูก ถ้าเกิดว่าหลังจากนี้สีหยกท้องขึ้นมา
หลังจากที่บอกว่าจะรับผิดชอบ และเกิดเรื่องราวขึ้นในคืนนั้น องศาและสีหยกก็ได้พูดคุยกันถึงการหาตัวคนทำแล้วก็เจอตัว มันเป็นรุ่นน้องขององศา ซึ่งมันมีหน้าที่ทำตามคำสั่งของ ‘ชมพู’ และดาหวันอีกทีเป็นทอดๆ ด้านองศาที่รู้ตัวว่าดาหวันทำเรื่องแบบนั้นลงไป จากที่เคยรักดาหวันมากกลับรู้สึกผิดหวัง และมองดาหวันไม่เหมือนเดิม กลับกันกับเริ่มมองเห็นความดีความชอบของสีหยก และเริ่มซึมซับความรู้สึกที่สีหยกแสดงออกมา ความรู้สึกต่างๆ ถูกเปลี่ยนเป็นความชอบ หลังจากรู้ตัวว่าชอบก็บอกกับสีหยกไปตามตรงและออกตัวว่าจะจีบ สีหยกก็ไม่ได้ห้ามอะไร แค่บอกว่าตัวเธอเองจีบยาก
วันนึงที่ความรู้สึกเหมือนจะถูกพัฒนาขึ้น ซึ่งทั้งคู่รับรู้ได้ถึงความรู้สึกนั้น แต่พอองศาขอคบ สีหยกกลับปฏิเสธไป ด้วยความที่กลัวความรัก และความเจ็บปวด เลยเลือกที่จะไม่คบกับใครในสถานะคนรักอีก องศาที่พอมารู้แบบนี้เข้าก็เลยถามกลับไปว่าทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก ปล่อยให้เขาจีบทำไม วันนั้นเลยเป็นวันสุดท้ายที่ทั้งคู่ได้นั่งดื่มเบียร์ด้วยกัน ก่อนจะแยกย้ายกันไปตามทาง
องศาหายไปนานนับเดือนเพื่อตัดใจจากดาหวันให้เด็ดขาด ก่อนจะกลับมาเผชิญหน้ากับสีหยก ด้านสีหยกเองที่ก่อนหน้านี้เป็นฝ่ายเทเขาแท้ๆ แต่พอไม่เห็นหน้าเห็นตาเขาก็กลับกระวนกระวาย พอเห็นองศามาหาสีนิลที่บ้านก็มีท่าทีเลิ่กลั่ก แต่ต้องเก็บอาการไว้
หนีใจตัวเองอยู่นาน องศาก็ได้เข้าไปคุยกับสีหยกเรื่องของทั้งคู่เพื่อเริ่มต้นกันใหม่ เพราะก่อนเขาคิดว่าตัวเองคงชอบสีหยกเข้าแล้วจริงๆ ส่วนสีหยกเองก็มีความรู้สึกแบบเดียวกัน ทั้งคู่เลยตัดสินใจหันหน้าเข้าหากัน และเลือกทำตามใจตัวเองในสิ่งที่ควรจำทำตั้งแต่แรก ในเมื่อเข้ากันได้ดีขนาดนี้ ทำไมต้องหนีกันด้วยละเนอะ
หลังจากที่กลับมาคบกันพี่องศาของเราก็ติดแฟนหนักกว่าเดิม ขี้หึงด้วย เป็นหึงเก่ง สีหยกถึกขนาดนี้ก็ยังตามหึงตามหวง ระหว่างที่กลับมาคบกันทั้งคู่ก็ยังคงตามหาหลักฐานเพื่อเอาผิดต่อชมพูและดาหวันอยู่ เพื่ออยากให้สองคนนี้ได้รับบทเรียนกับสิ่งที่ทำลงไป ถ้าเกิดคนที่โดนมอมยาแล้วพาไปนอนคืนนั้นไม่ใช่สีหยกกับองศา พวกเธอจะทำยังไง จะรับผิดชอบชีวิตคนอื่นไหวไหม แต่ไม่ว่าจะยังไง เรื่องนี้ก็ไม่ควรมีใครโดน ไม่ว่าจะเป็นสีหยกหรือองศา
การหาหลักฐานไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะชมพูมีแบ็กหลัง และองศาก็อาสาออกตามหาแบ็กคนนั้นให้ และคอยเตือนสีหยกอยู่เสมอว่าอย่าทำอะไรสุ่มเสี่ยง เพราะไม่รู้ว่าชมพูจะทำอะไรเธอได้บ้าง ไม่นานสีหยกก็ได้ตัวแปรสำคัญมาเพิ่มอีกหนึ่งคนซึ่งเป็นกิ๊กคนใหม่ของธาม และหลังจากนั้นไม่นานก็สามารถหาหลักฐานและพยานมาคุมตัวคนทำผิดได้ ทุกคนได้รับผลที่ตัวเองทำไว้ ซึ่งสีหยกเองก็พอใจกับผลลัพธ์และไม่คิดจะกลับไปยุ่งกับคนพวกนั้นอีก...
ปัญหาเป็นเรื่องความผิดพลาดในอดีตของทั้งคู่ องศาจมปลักอยู่ในความผิดนั้นแบบไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องนั้น เขาก็ตัวคนเดียวมาตลอดจนกระทั่งสีหยกเข้ามาเติมเต็ม และรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องนั้นมา ไม่มีใครถามหรือยอมรับฟังความจริงจากเขาสักคน...
สีหยกก็มีอดีตที่ปวดร้าว ไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้เหมือนกัน ความเจ็บปวดในวันนั้น แปรเปลี่ยนให้สีหยกหันกลับมารักตัวเอง ดูแลตัวเอง ปกป้องตัวเอง ทำให้ตัวเองเข้มแข็งและอยู่ตัวคนเดียวได้ โดยไม่สนใจจะรักใครในรูปแบบของความสัมพันธ์ในเชิงความรักอีก จนกระทั่งได้เจอกับศูนย์องศา...
พี่โบ้เป็นฮอตเวอร์ ชอบคาแรคเตอร์ตัวละครสองคนนี้มาก ทั้งคู่เป็นคนปากตรงกับใจ คิดอะไรพูดแบบนั้นเลย ไม่มีความกระดากอาย คืออยากก็บอกอยาก ชอบก็บอกชอบ สีหยกคืออีกหนึ่งของการเปิดโลกนางเอกของคุณไรท์มาก เป็นคนที่ทำตามความรู้สึก ไม่เว้นแม้แต่ตอนอยู่บนเตียง
หลังจากผ่านคืนแรกที่เกิดเรื่องจนทำให้ทั้งคู่มีอะไรกันทั้งสองคนก็ไม่ได้กันอีกเลย มีสกินชิพบ้าง มีจะได้บ้าง แต่หลายๆ คอยมาขัดตลอด จนวันนึงพี่โบ้ก็ได้น้องสมใจ เพราะไม่มีคนอยู่บ้าน พี่โบ้เลยแอบกลับมาที่บ้านหยก ด้วยความที่ทั้งคู่แสดงออกถึงความกระหายอยากของอีกคนแบบไม่ต้องปกปิด ทั้งคู่ก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องการตัวเอง มากขนาดไหน แค่เจอหน้ากันพี่องศาของเราก็จูบยัยน้องจนปากเปื่อย ที่บอกว่าเป็นคนติดแฟนไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะพี่โบ้ของเรา ติด แฟน หนัก มาก
หยกเป็นคนกล้าแสดงออก ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไร เพราะคิดว่าผู้หญิงก็สามารถแสดงออกถึงความต้องการต่อฝ่ายชายได้ ไม่ใช่คอยให้ฝ่ายชายเป็นผู้นำอย่างเดียว (นัมเบอร์วันข่ะ) แล้วอีกอยากหยกคือผู้หญิงที่ป้องกันตัวเองดีมาก แล้วก็ไม่กระดากอายที่จะแสดงออกเลย ส่วนพี่โบ้ของเราก็คือชักจูงเก่ง เป็นหิวน้องตลอด ทำให้ยัยน้องคล้อยตามก็เก่ง (เป็นเซียนเรื่องบนเตียง) เหมือนที่สีนิลบอกว่าเพื่อนเขาไว้ใจไม่ได้ คนคุยใช้นิ้วนับก็นับไม่หมด
สองคนนี้คือคู่ที่ศีลเสมอกันมากๆ กวนตีนทั้งคู่ อยู่ด้วยกันมีความกุ๊กกิ๊กโดยธรรมชาติ แบบที่ไม่ต้องปรุงแต่งเลย เวลาอยู่ด้วยกันสัมผัสได้ถึงความเรียล ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออก หรือคำพูดคำจา ชอบเวลาแทนชื่อเล่นอีกฝ่ายเป็นชื่อหมา พี่โบ้ กับ น้องดุ๊กดิ๊ก น่ารักแบบ กสต ดีค่ะ ฮ่าๆๆๆ โมเมนต์ที่อยู่ด้วยกันคือดีมากๆ เป็นอีกคู่เท่ากันได้ดี แล้วก็ไม่มีเรื่องดราม่าให้กวนใจ สงสัยก็แค่ถาม อีกฝ่ายพร้อมจะบอกเสมอ แถมยังรับฟังปัญหาแล้วก็ช่วยกันหาทางแก้อีก เป็นความสัมพันธ์ของคนที่เคยผ่านการเจ็บปวดมาแล้วทั้งสองฝ่าย ทั้งคู่เลยรู้วิธีดูแลความสัมพันธ์ให้มันดียิ่งขึ้น ซึ่งมันดีมากๆ อีกอย่างคือพี่องศาของเราคือแฟมิลี่แมนมากๆ ทำอาหารเก่ง บ้านเป็นระเบียบ ทับใจกงนี้