“พี่อยู่ ถึงพี่จะไม่ใช่เซฟโซนของเรา แต่พี่มั่นใจว่าพี่ตัวโตพอจะกอดเราให้อุ่นได้ เพราะงั้นเสียใจเมื่อไหร่ก็มากอดพี่”
✦ คลื่น ✦
อีกหนึ่งนิยายฟีลกู๊ดที่อยากแนะนำมากๆ อ่านหน้าฝนคืออินคูณสิบ ด้วยบรรยากาศ และการดำเนินเรื่องเต็มไปด้วยฝน อ่านแล้วใจชื้นมาก พี่คลื่นเวลาคลั่งรักคือน่ารักไม่ไหวเลย ทำเป็นเก๊กคูล แต่แอบหยอดมัดหมี่เก่ง ใส่ใจเก่งงงงง พี่คลื่นแพ้ทาฃมัดหมี่ คนอ่านแพ้ทางพี่คลื่น อั้ยยยยย ![]()
‘มัดหมี่’ เป็นคนไม่ชอบฝน และก็เหมือนว่าฝนไม่ชอบเธอเช่นเดียวกัน เพราะทุกครั้งที่มัดหมี่พกร่มฝนไม่เคยตก แต่วันไหนที่ไม่พกร่ม และไม่คิดว่าฝนจะตก ฝนกลับตกลงมาห่าใหญ่เช่นวันนี้ เพราะต้องระวังไม่ให้ชีทเรียน และรองเท้าที่ได้รับรีวิวมาจากลูกค้าเปียกฝนอีกด้วย แต่เพราะฝนไม่มีท่าทีจะหยุดตก มัดหมี่เลยตัดสินใจวิ่งฝ่าสายฝนกลับหอ ระหว่างที่ก้มหน้าก้มตาวิ่งให้ถึงหอไวที่สุด มัดหมี่กลับชนเข้ากับคนๆ นึง ด้วยความที่ยังไม่ได้เงยหน้ามอง คนที่เธอวิ่งชนกลับทักออกมาว่า
“หมี่เห็นพี่เหรอ”
ตอนนั้นเองถึงได้เห็นว่าคนตรงหน้าเป็น ‘พี่คลื่น’ แฟนเก่าสมัยมัธยมที่เคยทิ้งเธอไป และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เธอเกลียดฝนเพราะเจ้าตัวเอาแต่ถามแบบนั้นมัดหมี่ก็เลยสงสัยว่าทำไมถามแปลกๆ จนพี่คลื่นเอาตัวเองไปยืนอยู่หน้าคนๆ หนึ่งที่กำลังวิ่งหนีฝน แต่กลับไม่โดนตัวพี่คลื่น แถมยังวิ่งทะลุร่างเขาไปอีก ตอนนั้นมัดหมี่ถึงได้รู้แล้วว่าทำไมพี่คลื่นถึงเอาแต่ถามแบบนั้น พอรู้ความจริงก็เลยสลบไป
พอกลับไปถึงหอกลับเจอว่าพี่คลื่นอยู่ที่นั่น เขาสารภาพว่าตามเธอมาตั้งแต่แรกแล้ว ทั้งคู่คุยกันได้แบบปกติ มัดหมี่ไม่ได้กลัวพี่คลื่นเหมือนตอนแรกแล้ว ตั้งแต่วันนั้นพี่คลื่นก็ขออาศัยอยู่กับมัดหมี่มาโดยตลอด ทุกครั้งหลังตื่นอนหมีมักจะพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียง ทั้งๆ ที่ก่อนนอนเธอมักจะนอนพื้นแล้วให้พี่คลื่นนอนเตียง มีหลายครั้งที่พี่คลื่นหายไป ด้วยความสงสัยมัดหมี่เลยแอบตาม แล้วก็ไปเจอพี่คลื่นนั่งกอดเข่าหันหน้ามองถนนตากฝนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ หลังจากอาศัยอยู่ด้วยกันทุกวันจนเกิดความเคยชิน แต่มีบางคืนที่พี่คลื่นหายไป ด้วยความหลับลึกเหมือนหมีจำศีล และมักจะโดนพี่คลื่นเรียกชื่อว่ามัดหมีอยู่บ่อยๆ พี่คลื่นเลยสร้างหลักฐานว่ากลับมานอนที่หอจริงๆ ด้วยการทำความสะอาดรองเท้าให้
การได้กลับมาเจอกันในรูปแบบที่พี่คลื่นเป็นวิญญาณแบบนี้ ทำให้มัดหมี่รู้ว่าที่ผ่านมาไม่เคยมองพี่คลื่นเปลี่ยนไปเลย เขายังเป็นคนที่มัดหมี่รักอยู่เหมือนเดิม ทางพี่คลื่นเองก็รู้สึกว่าตัวเองตายเร็วเกินไป ตอนที่จะหยิบสร้อยข้อมือที่มัดหมี่ถักให้ขึ้นมาใส่ แต่มันกลับหยิบไม่ขึ้น บางทีหยิบได้มันก็หล่นทะลุผ่านร่างกายเขาไป พลางนึกขึ้นว่ายังมีอีกหลายสิ่ง หลายอย่าง ที่เขายังไม่ได้ทำ
จนกระทั่งวันนึง มัดหมี่นั่งหลบฝนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ แล้วพี่คลื่นก็โผล่มาให้เห็นพร้อมกับคำพูดต่างๆ มากมาย ทั้งบอกให้มัดหมี่ดูแลตัวเองให้ดี ให้หัดพกร่ม เวลาไม่สบายต้องดูแลตัวเองยังไง มีปัญหาอะไรกับแม่ก็ให้ลองคุยกัน เป็นการสั่งลากลายๆ ก่อนที่จะพูดออกมาให้มัดมัดหมี่หายข้องใจว่า
“พี่จะไปเที่ยวรอบโลก”
ด้วยความที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกันมานาน จนรู้สึกดีๆ กับอีกฝ่ายขึ้นมาแล้ว การจากลาครั้งนี้เลยไม่ได้เป็นที่พอใจสำหรับทั้งสองคน แต่ด้วยความที่พี่คลื่นกลัวว่าตัวเองจะแตกสลายไปต่อหน้ามัดหมี่ แล้วทนเห็นมัดหมี่ร้องไห้ไม่ได้ เลยเลือกที่จะหายไปก่อนที่จะแตกสลายดีกว่า
เรื่องราวในวันนั้นทำให้เป็นมัดหมี่เกลียดฝนขึ้นมากกว่าเดิม เพราะพี่คลื่นทิ้งเธอไปในวันที่ฝนตกอีกแล้ว เหมือนครั้งนั้น เมื่อในอดีตที่ทั้งคู่เคยเป็นแฟนกัน เขาบอกเลิกเธอด้วยเหตุผลที่ว่า
“พี่หมดความสนใจแล้ว”
สองปีต่อมา มัดหมี่ได้รู้จักกับ ‘ไอย์’ เธอเป็นเพื่อนต่างมหาลัยของมัดหมี่ ที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานเพราะไอย์ทักไอจีมัดหมี่มาว่าอยากได้นางแบบถ่ายรูปส่งงาน ตั้งแต่นั้นก็คบกันเรื่อยมา การได้อยู่กับไอย์แล้วคือความสบายใจ แถมไอย์ยังถ่ายรูปสวยมากๆ ทำให้พักหลังๆ มานี้ งานที่มัดหมี่ได้รับการว่าจ้างมาได้รับการถ่ายภาพจากไอย์ทั้งหมด สถานที่ที่ทั้งคู่มักจะถ่ายรูปเล่นด้วยกันคือแกลอรี่ฝน
มามัดหมี่ซื้อดอกไม้ไปเยี่ยมหลุมศพพี่คลื่นทุกสัปดาห์ พี่คลื่นเป็นความสบายใจของมัดหมี่ ครั้งนี้มัดหมี่ก็มาหาเขาพร้อมกับระบายเรื่องราวทุกอย่างที่ต้องแบกรับเอาไว้จากครอบครัว แล้วก็เล่าเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตให้ฟังว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเธอได้เจอกับอะไรมาบ้าง พอถึงเวลานัดก็เลยเดินออกมา แต่นึกได้ว่าตัวเองลืมกระเป๋าไว้ที่สุสานก่อนจะกลับไปเอา ตอนนั้นเองทำให้มัดหมี่ได้เจอกับ ‘เคียว’ เพื่อนสนิทอีกคนของพี่คลื่น เขากำลังหยิบดอกไม้ที่มัดหมี่เพิ่งจะวางลงไปขึ้นมา พอมัดหมี่ถามเขาก็ตอบกลับมาว่าแด๊ดสั่ง ก่อนจะเอาดอกไม้นั้นกลับไปให้เพื่อนสนิทอย่างคลื่น...
ใช่ เขายังไม่ตาย แต่เพิ่งฝื้นจากการเป็นเจ้าชายนิทรามาหกเดือน การตื่นขึ้นมาครั้งนี้ทำให้คลื่นไม่สามารถจดจำครั้งที่ตัวเองกลายเป็นวิญญาณไปอยู่กับมัดหมี่ได้ แต่กลับมีเรื่องของมัดหมี่อยู่เต็มหัวไปหมด ราวกับมัดหมี่เคยโผล่เข้าในความฝัน แต่ความฝันพวกนั้นกลับไม่ชัดเจน สิ่งที่ฝังแน่นอยู่ในความทรงจำมีแค่ฝนกับมัดหมี่
ด้วยความที่สงสัยว่าเพื่อนจะเอาดอกไม้ของมัดหมี่ไปทำอะไรทุกอาทิตย์ แต่เขาก็ไม่เคยตอบคำถามนี้ เคียวเลยเล่าให้คลื่นฟังว่าเมื่อกี้เห็นว่ามัดหมี่ตาแดงๆ เหมือนคนเพิ่งร้องไห้ พอรู้แบบนั้นคลื่นก็เลยพรางตัวก่อนลงจากรถแล้วเอาผ้าเช็ดหน้าไปโยนให้ มัดหมี่ที่รับผ้าไปถึงโกรธ จนหลุดด่าออกมา เพราะผ้าเช็ดหน้าที่เขายื่นให้มีคราบขาวๆ ติดอยู่เหมือนคราบอสุจิ! (จะโทษใครดี คนพี่ที่ยื่นให้แบบไม่ดู หรือคนน้องที่คิดอกุศล555555555555)
พอมัดหมี่รู้ว่าทำไมพี่คลื่นถึงไม่จัดการเรื่องคนที่ลอบฆ่าพี่คลื่นให้เด็ดขาดสักที ก็เพราะว่าเขาเป็นห่วงความรู้สึกเธอ เขาใส่ใจเรื่องของเธอเสมอ ยิ่งรู้แบบนี้มัดหมี่ยิ่งรู้สึกไม่ดี เพราะไม่อยากให้พี่คลื่นเจ็บตัวอีกแล้ว มัดหมี่เลยบอกให้พี่คลื่นจัดการขั้นเด็ดขาด คนผิดก็ต้องว่าไม่ตามผิด ไม่ต้องสงสารหรือเห็นใจเธอ เรื่องทุกอย่างควรดำเนินไปในทางที่ถูกต้อง
มัดหมี่ถูกตัดขาดจากแม่ เพราะได้พูดคุยถึงปัญหาและพูดความในใจออกไปทั้งหมดกับเรื่องที่มัดหมี่ต้องเจอและสิ่งที่แม่ทำกับเธอเหมือนว่าไม่เคยเห็นเธอเป็นลูก แม่มีแต่พี่ไม้ ทุกสิ่งทุกอย่างพี่ไม้มักจะมาก่อนเสมอ ก่อนที่พ่อจะเสียแม่ยังให้ความรัก และดูแลเธอเท่าๆ กับพี่ แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าแม่ถือหางพี่ไม้ และไม่ได้รักเธอเหมือนแต่ก่อนแล้ว ความสัมพันธ์ของแม่ลูกมันตัดขาดกันง่ายขนาดนี้เองสินะ เธอเพิ่งจะเข้าใจ หลังจากวันนั้นพี่คลื่นก็กลายเป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวของเธอตลอดมา...
การได้อยู่ใกล้ชิดกันมากๆ และได้มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นเหมือนเดจาวู ทำให้พี่คลื่นเริ่มสงสัยในเรื่องที่หมี่เคยถามครั้งแรกที่ได้คุยกันว่าเขาไปเที่ยวรอบโลกมาเป็นยังไงบ้าง ไหนจะเรื่องตอนที่เขาเป็นวิญญาณมาอยู่กับเธอ เลยทำให้พี่คลื่นเริ่มเปิดใจและยอมรับฟังเรื่องราวที่หมี่พูดมากขึ้น พอได้ลองเปิดใจรับฟังในสิ่งที่หมี่พูดแล้วก็มีเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่ทั้งคู่ทำแล้วเหมือนกับว่าจะมีภาพแวบเข้ามาในหัว หรือบางทีเขาก็ฝันถึงมัน ก็เลยทำให้ค่อยๆ เชื่อเรื่องราวพวกนั้นอย่างสนิทใจ
ต่อให้ทั้งคู่ไม่เคยบอกว่าเป็นแฟนหรือขอคบกัน มีเพียงแค่คำพูดเป็นนัยว่าจะดูและกันตลอดไป มีแค่ทั้งคู่เท่านั้นที่เข้าใจในความหมายของมัน ก็พี่คลื่นหน่ะ เป็นแบบนี้มาตลอด เมื่อก่อนที่ขอเป็นแฟนกันก็ขอให้นั่งดูท้องฟ้าด้วยกันทุกวัน...
ทุกๆ วันนับจากนั้นครอบครัวใหม่ของหมี่ก็มีทั้งพี่คลื่น แด๊ด พี่เคียว พี่แดน ไอย์ คุณสุ ป้าแหม่ม และ บอดี้การ์ดทั้งสาม เป็นครอบครัวที่อบอุ่นในแบบที่หมี่ไม่คิดว่าจะได้พบเจออีกแล้ว จนกระทั้งพี่คลื่นหยิบยื่นมันให้...
ช่วงจีบๆ กันคือพี่คลื่นหยอดเก่งมาก นึกว่าเป็นคนสวน แป๊บๆ หยอด แป๊บๆ หยอดตลอด เรื่องนี้เป็นแนวฟีลกู๊ดนะคะ ไม่ดราม่ามาก อ่านแล้วมีความสุขมากกกก แฮปปี้ ยิ้มให้กับความขี้เก๊กของพี่คลื่นในช่วงแรกๆ แล้วก็มาเขินให้กับความคลั่งรักหลังจากที่มาเลิกสงสัยในตัวหมี่แล้ว ก็แหงแหละ ซื่อบื้อขนาดนี้จะไปฆ่าใครได้ กล้ามาก กล้าที่จะสงสัยหมี่
หมี่เองก็น่ารักมาก เวลาที่พี่คลื่นโมโหตัวเองที่จำเรื่องตอนเป็นผีไม่ได้ หมี่ก็คอยบอกว่าไม่เป็นไร
“ถ้าพี่จำเรื่องพวกนั้นไม่ได้ทั้งหมด เรามาสร้างมันใหม่ด้วยกันได้ไหม”
“ได้ค่ะ หมี่ก็อยากทำแบบนั้นเหมือนกัน สร้างความทรงจำใหม่ที่ดีกว่าเดิมเลยนะ”
เนี่ยยยยยย ชอบความสำบัด สำนวนของคู่นี่ น่ารักกกกกก เป็นภาษาสื่อสารของคนรักกันสินะ น่ารักมากจริงๆ ทับใจจจจจจจ หวานมดไต่ มดตอม
ปมทางฝั่งมัดหมี่เป็นการสะท้อนสังคมเรื่องการเลี้ยงลูกและปัญหาทางครอบครัวค่ะ เพราะแม่ของมัดหมี่แสดงออกอย่างชัดเจนว่ารักพี่ไม้มากกว่ามัดหมี่มาก เวลาพี่ไม้กับอยากได้อะไรต้องได้ อยากเรียนต่อโทก็ได้เรียน ต่อของที่พี่ไม้และแม่ได้นั้นล้วนแล้วแต่มาจากเงินที่มัดหมี่ทำงานหาเลี้ยงตัวเอง
จริงๆ แล้วมัดหมี่ไม่ได้อยากได้อะไรมากไปกว่าการให้แม่ชมสักครั้งนึงในชีวิต เพราะตั้งแต่ที่พ่อของมัดหมี่เสียไปมัดหมี่ก็ออกมาใช้ชีวิตอยู่ที่หอพักใกล้มหาลัย แล้วก็ทำงานส่งตัวเองเรียน แถมยังหาเงินให้แม่และพี่ชายใช้ด้วย แต่ไม่ว่ามัดหมี่จะทำงาน หรือเรียนเก่งมากแค่ไหน ก็ไม่เคยได้รับคำชมจากแม่เลย
ทางฝั่งพี่คลื่นหลังจากฟื้นจากการประสบอุบัติเหตุจนเกือบตายเพราะไปรู้ความลับของลูกเขยรัฐมนตรีเข้าก็พยายามหาหลักฐาน และหาทางเอาผิดคนร้ายต่อ แม้ว่าหลังจากนั้นจะต้องเสี่ยงตายอยู่อีกหลายครั้ง และทำให้มัดหมี่ได้รับผลกระทบไปด้วย จนสุดท้ายก็ทนไม่ไหว เพราะต้องมาเห็นมัดหมี่ได้รับบาดเจ็บ และผลกระทบจากเรื่องราวของตัวเอง จากที่เคยเป็นห่วงความรู้สึกมัดหมี่ พอเห็นมัดหมี่ต้องเจ็บตัวและหวาดกลัวกับเรื่องที่เกิดขึ้น พี่คลื่นเลยตัดสินใจเดินหน้าเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะหลังจากที่รู้ความจริงมัดหมี่ก็ซัพพอร์ตพี่คลื่นให้พี่คลื่นแจ้งความและดำเนินการตามกฎหมายกับคนพวกนั้นทันที
เซ็กซ์ซีนคือบับ... พะ พี่คลื่น คือแบบ กินจุมาก เขินไม่ไหว บทบรรยายายในพาร์ทนี้คือฟินนนนน อ่านไปเขินไป เห็นเก๊กๆ งี้เวลาคลั่งรักนี่ก็คลั่งไม่ไหวเลย อันที่จริงตอนอ่านจะเห็นความต้องการตัวมัดหมี่จากการแสดงออกของพี่คลื่นชัดมาก ยิ่งอยู่ใกล้อาการก็ยิ่งออก ตั้งแต่ได้จูบแรกนั้นไป ก็เหมือนพี่คลื่นของเราก็แทบจะไม่มีความอดทนต่อสัมผัสของมัดหมี่อีกเลย เดี๋ยวก็กอด เดี๋ยวก็หอม อั้ยยยย >///< (คลั่งรักจนลูกตาขึ้นรูปหัวใจจจจ) จูบแรกคือดีแบบแทบลืมหายใจ (อ่านยิ้มไปแก้มแทบแต่ >,,<)
พี่คลื่นคือดีมาก ยืนจูบกันอยู่ในคลับทั้งงั้นเลย มัดหมี่ก็คือเมาไม่ไหว แต่เมาแล้วน่ารัก แอบยั่วพี่คลื่นแบบไม่ได้ตั้งใจ ส่วนพี่คลื่นนั้นได้ทีก็เอาใหญ่เลย เนื้อเข้าปากเสือแบบนี้มีหรอจะปล่อยไป คือจูบนานมาก คนอ่านหายใจไม่ออกแทน จูบจนปากจะหลอมละลายติดกัน พี่คลื่นทนไม่ไหวจนต้องชวนกลับคอนโด >///< ว่าไปพี่คลื่นงานดีมากเด้อ งานจูบ งานบ่มไวน์ งานทำให้คนอ่านตายคืองานของพี่คลื่นใช่มั้ย ตอบบบบ! คิสซีนหน้าห้องเก็บไวน์คือน่ารัก อิพี่คลื่นเนียนสุด สรุปกุญแจห้องเก็บไวน์มัดหมี่ไม่ได้นะ ได้แต่จูบจากพี่คลื่น บ้าบอ บ้าบอมากๆ อิพี่คลื่นโคตรจะเจ้าเล่ห์
สิ่งสำคัญสำหรับมัดหมี่ที่เพิ่งจะเรียนรู้ก็คือ ไม่ควรทำให้พี่คลื่นโกรธ เพราะถ้าพี่คลื่นโกรธ พี่คลื่นจะแรงเยอะมากกกก แล้วโกรธแค่เพราะน้องมาทำให้มีอารมณ์แล้วน้องไม่รับผิดชอบ งอนใหญ่ งอนโตนักนะคุณคิรากร ทำมาเปงดื่มเหล้าย้อมใจที่น้องใจร้าย แหม๊ แผนการแน่ๆ แล้วพอน้องออกไปง้อก็คือจับรวบหัวรวบหางตรงนั้น ไม่อายฟ้าเลย หมี่พูดอะไรก็ไม่ฟังแล้ว จะทำอย่างเดียว (โกรธอะไรขนาดนั้นอ่ะ งง)
“เราเข้าไปข้างในดีไหมคะ”
“ยังก่อน...จะเอาอีกรอบ” ฉันนี่ร้องกรี้ดเลย ตอนโกรธนี่ต่อให้อยู่นอกระเบียงก็ไม่สนอะไรแล้วสินะ!
เรื่องนี้มีซีนที่น่าประทับใจหลายซีนมากๆ อย่างตอนที่เป็นผีก็ชอบ ตอนกลับมารักกันก็ชอบ ตอนที่พี่คลื่นออกตัวว่าจะเป็นร่มให้หมี่ก็ชอบ ได้เห็นคนขี้เก๊กคลั่งรักมันมีความสุขจริงๆ ค่ะ ฉากประทับใจเต็มไปหมดจริงๆ เลือกยาก แล้วที่เลือกมาก็มีหลายซีน ด้วยบรรยากาศ และการดำเนินเรื่อง แล้วส่วนตัวเค้าชอบหน้าฝนอยู่แล้ว อ่านไปแล้วมันอิน เวลาที่ได้อ่านอะไรที่มีการอ้างอิงถึงฝน แฮปปี้มากๆ เช่น ตอนที่หมี่เคลียร์ปัญหากับแม่ แล้วแม่ไม่สนใจแล้วตัดเยื่อใยกับหมี่ พี่คลื่นก็ยังคงเป็นที่พึ่งของหมี่ได้ อบอุ่นจนใจเจ็บ พี่ไมโครเวฟของน้องงงงงง
แล้วไหนจะตอนที่มัดหมี่อ้อนขออะไรไปตอนเมาก็สัญญาว่าจะเป็นให้ จะทำให้นั่นอีก พี่คลื่นก็เป็นคนดีเหมือนกันนะเนี่ย แล้วก็มีพวกซีนเล็กๆ น้อยๆ ที่พี่คลื่นแอบแซ็วว่าหมี่น่ารัก ซีนที่รู้เรื่องเจ้าของสร้อยข้อมือ แล้วก็เรื่องดอกทานตะวันนั่นอีก ตามเก็บไม่หมดจริงๆ ค่ะ ดีเทลพวกนี้ทำให้การอ่านนิยายเรื่องนี้แฮปปี้ๆๆ ขึ้นเป็นกองเลย เรียกว่าเป็นเสน่ห์ของเรื่องนี้ไปเลยก็ได้ อีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือประโยคที่แฝงความนัยของทั้งคู่ ที่มีแค่ทั่งคู่ที่เข้าใจความหมายโดยที่ไม่ต้องพูดตรงๆ ด้วยซ้ำ พี่คลื่นเนี่ย ช่างสำบัดสำนวนจริงๆ เลย หึ่ยยย! จะคลั่งรักไปไหนคุณคิรากร