เรื่องนี้เปิดมาชอบมาก เป็นแนว horror fantasy comedy ที่อ่านดูแล้วผีก็ดูน่ากลัวมากจริงๆ เรื่องราวดูน่าตื่นเต้น ตัวละครโดนเส้นมาก น้องจยาจยาที่ต่อยผีได้งี้ จารย์เย่ที่วันๆ คิดแต่จะปกป้องภรรยาจากผีร้ายงี้ แต่พออ่านๆ ไปถึงช่วงเล่มสามเล่มสี่ก็เริ่มแผ่วแล้วค่ะ เสียดายมาก เพราะทุกคดีไม่ว่าจะผีดุน้อย ผีดุมาก ปีศาจพันปีอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง last boss ที่อุตส่าห์วางแผนไว้ดิบดีถึงสามสิบปี สุดท้ายให้ปิดจบ happy ด้วยการให้ราชาผีซีใช้กำลังกับผี! คือมันตลกนะ จังหวะซิตคอมเขาดีแหละ ส่วนตัวก็ขำออกเสียงหลายฉาก แต่หลังๆ ความขายขำก็แบกไม่ค่อยอยู่ ตัวคดีผีแต่ละคดีเราว่าน่าสนุกนะคะ (คดีที่หมู่บ้านบนเขาในเล่มสองค่อนข้างสะเทือนใจ มีการบรรยายถึง rape) แต่ทุกคดีจบด้วยการให้พี่จยาใช้กำลังหมดเลยมันก็จะเซ็งๆ หน่อย แล้วคุณนักเขียนบรรยายอาจารย์เย่ไว้แบบเก่งกาจ No.1 แห่งวงการศาสตร์ลี้ลับ แต่ก็ดันให้ภรรยาอาจารย์เย่เป็นคนจัดการผีไปซะหมด มันเหมือนอาจารย์เย่โดนเนิร์ฟอะค่ะ
.
ส่วนตัวที่ให้เลยว่าเป็นผู้แบกนิยายไปจนจบคือ คาแรกเตอร์ตัวละครทั้งหลาย โดยเฉพาะคู่ตัวละครหลักเลยที่ทำให้เรายังอยากอ่านนิยายเรื่องนี้ไปต่อจนจบ เพราะอยากรู้ว่าพระ(แซวนะคะ)อย่างอาจารย์เย่จะโดนพี่จยาจับกินยังไง และระหว่างทางก็มีโมเมนต์น่ารักๆ ของสองคนนี้มาเรื่อยๆ ช่างเป็นคู่ที่ใช่ในเวลาที่พอดีอะไรแบบนี้ คนนึงก็ตัวคนเดียวตั้งแต่หกขวบ จารย์เย่น่าสงสารมาก ส่วนพี่จยาก็เหลือตัวคนเดียวพร้อมเพื่อนสนิทหนึ่งกับแมวอีกหนึ่ง เพราะเข้าใกล้ใครคนอื่นเขาก็จะซวย เลยเลือกอยู่ห่างคนอื่น ประมาณนี้ พอมาเจอกันเลยเหมือนสองคนมาเติมเต็มกัน การพัฒนาความสัมพันธ์ของคนไม่มีเพื่อนไปจนถึงจังหวะตกหลุมรักชัดเจนมองเห็นได้ด้วยตารับรู้ได้ด้วยใจมาก ชอบสองตัวละครนี้มากจริงๆ ค่ะ
.
นอกจากนั้นก็เหล่าผู้อาวุโสแห่งวงการศาสตร์ลี้ลับทั้งหลายก็เหมือนจะมาขายขำ แต่พอเอาจริงเอาจังก็ยังพอใช้การได้อยู่ พ่อลูกในสุสานจักรพรรดินั่นเปิดมาอย่างน่าเกรงขาม สุดท้ายมาขายขำกันทั้งพ่อลูก ในเล่มสามเล่มสี่ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกมันไปเรื่อยมากจริงๆ มันยังตลกอยู่นะคะ แต่มันไปเรื่อยแล้ว
.
สำนวนแปลโอเคเลยสำหรับเรา เพิ่งสังเกตุหน้าปกว่ามีนักแปลสองคน แต่สำนวน smooth ต่อเนื่องกันดีเลยค่ะ ชื่นชมทีมบ.ก.เลย เจอคำผิดนิดๆ หน่อยๆ แบบพอให้อภัยได้ แต่ไม่ผิดเลยจะแจ๋วมากค่ะ
.