เป็นเรื่องที่หยิบมาอ่านแบบไม่ได้อ่านเรื่องย่อ ดูเรทติ้งใดๆ เลย ฟีลจิ้มเพราะเห็นว่าดองไว้นานแล้ว แต่ผลลัพธ์คือมานั่งด่าตัวเองว่าดองเรื่องที่สนุกๆ แบบนี้ไว้ทำไมตั้งนาน
พล็อตนิยายน้ำเน่า แต่หยุดอ่านไม่ได้ ใกล้ชิดจนเกิดเป็นความรัก มีอุปสรรค มีการพลัดพรากแล้วถึงได้กลับมาเจอกัน
บ้านหลังติดกันที่ไม่มีคนอยู่มานานแล้ว เกิดมีเด็กผู้ชายมาเช่าอยู่แถมยังเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้าในชั้นมอหก เด็กใหม่ที่นั่งใกล้กัน แต่ไม่สุงสิงกับใคร และสังเกตุเห็นว่าเขากลับบ้านดึกๆ ทุกวัน
ภูภูมิ เด็กหนุ่มสู้ชีวิตเพราะเหลือแค่ตัวคนเดียว ชีวิตที่ไม่เคยมีเป้าหมาย ไม่รู้อนาคต ไม่รู้ว่าต้องทำเพื่อใคร จนวันที่มีคนบอกว่าเขาเก่งมากแล้ว บุคลิกนิ่งๆ ไม่สุงสิงกับใคร ไม่อยากพูดกับคนทั้งโลกเพราะอยากคุยแค่กับเธอคนเดียว ไม่อยากยุ่งกับใครแต่ถ้าใครมาว่าเธอ เดี๋ยวมึงเจอ แพ้พระเอกทรงนี้มาก แบบมากกกกกก
อิง ช่วงมอหกเป็นช่วงนี่มีหุ่นไม่ตรงบิ้วตี้แสตนดาร์ด ชอบมีคนมาพูดให้เสียความมั่นใจ เป็นเด็กที่ครอบครัวฐานะไม่ดี อยู่กับแม่สองคน เป็นคนมองโลกในแง่ดี แต่!!!นิดนึงเรารู้สึกว่าช่วงที่กลับมาเจอกันนางเอกตัดสินใจง่ายไปนิดนึง แต่เราพูดในมุมที่เอาความคิดตัวเองนะว่าถ้าเจอสถานะการณ์นั้นเราจะทำยังไงจะใช้เวลาตัดสินใจนานขนาดไหน
การดำเนินเรื่องมันเป็นตามสเต็ปเลย เจอกันครั้งแรกคือตึงๆ ใส่กันเพราะบุคลิกพระเอกที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ก็มาแพ้ความจิตใจดีของบ้านนางเอก ความใกล้ชิด เพราะที่โรงเรียนก็ได้นั่งใกล้กัน มีมิตรภาพกลุ่มเพื่อนที่ทั้งชง ทั้งจับผิด ในนิยายช่วงนี่คือเราฟินสุดละ อ่านไปก็เขินแบบจะตาย มวลมันดีจริงๆนะเว่ยแกร คนนึงไม่ค่อยมั่นใจ แต่อีกคนบอกเธอน่ารักแล้ว แล้วพอเป็นบุคลิกที่ไม่ค่อยพูดแล้วมาพูดไรงี้มันเขินโว้ย
ตอนข้ามจากเพื่อนมาเป็นแฟนอะ เอาจริงๆ เหมือนจะตาย เคมีคู่นี้คือโคตรปัง แต่ด้วยตัวละครสองตัวนี้มันไม่ได้มีพร้อม เวลาที่เขามีอะไรให้กันเล็กๆ น้อยๆ มันทัชใจมากๆ มันเป็นอะไรเล็กๆ แต่เขาแลกมาด้วยแรงกายแรงใจ มันน้ำเน่าจังวะ แต่ชอบค่ะ หยุดอ่านไม่ได้จริงๆ
อุปสรรคระหว่างทางมันหนักนะ แต่ส่วนตัวเราว่าไม่ถึงกับดราม่าแต่เป็นความรู้สึกคืออยากรู้ว่าผ่านไปแล้วจะเป็นยังไง การพลัดพรากครั้งนี้มีนจะได้กลับมาเจอกันแบบไหน คือลุ้นกันตัวโก่ง
เลิฟซีนกำลังดี แต่ที่รู้สึกว่าดีกว่าคือความสกินชิพ ความจับ ความจุ๊บ เป็นจุดที่รู้สึกว่านักเขียนทำได้ดีมากๆ เหมือนมีผีเสื้อทั้งฝูงบินอยู่ในท้องแบบไม่เกินจริง แต่จังหวะตัดไปช่วงเลิฟซีนมันก็แบบ พี่ภูมิคืออย่าแส้บ พูดแบบนิ่งๆ ตรงๆ แต่โคตรจะกร้าว ชอบความขยันซบขยันแสดงความเป็นเจ้าของ
เราชอบความที่มันไม่จำเป็นต้องแฮปปี้เอนดิ้งทุกอย่าง บางอย่างตัดขาดไปเลยมันก็ดี กับอีกจุดคือดีเทลทั้งในแง่หน้าที่การงานพระเอกที่ใส่มาแบ้วทำให้เราเห็นภาพว่าเขามาถึงจุดนี้ได้ยังไง กับดีเทลเรื่องการแพทย์ที่แบบก็ไม่รู้ว่าถูกไหมแต่ก็ใส่มาเพื่อซัพพอร์ตปมใหญ่ๆ ของเรื่อง คือมันดูพอดีไม่มากไปไม่น้อยไป
ช่วงท้ายๆ แอบรู้สึกว่ามันดรอปลงไปบ้าง อาจจะเพราะด้วยปัญหมถูกเคลียร์แล้วด้วย มันเลยไม่ต้องลุ้นอะไร ช่วงท้ายๆ มันเลยจะเรียบๆ แล้วก็แบบแอบขัดใจในความขี้หวงแบบโอเวอร์ของพระเอก อันนี้บางคนอาจจะชอบนะบอกก่อน คือมันเป็นนิสัยส่วนตัวของเราเองที่ถ้าเจออะไรแบบนี้แล้วจะรู้สึกนิดนึง
เป็นเรื่องที่ชอบมากๆ ในความน้ำเน่าที่มันสนุกขนาดนี้เลยนะ สำนวนการดำเนินเรื่องที่ถึงจะอ่านครั้งแรกแต่ไม่ติดอะไรเลยไหลลื่นมากๆ ภาษาอ่านง่าย มันโรแมนติกแบบกำลังพอดี
Slow Burn: ค่อยๆ รัก
Memory Loss: สูญเสียความทรงจำ
Campus Love: รักในสถานศึกษา
Second Chance Love: แยกย้ายไปเติบโต