”หากความรักที่พี่มีต่อเจ้าทำให้เจ้าต้องทรมานถึงเพียงนี้ จักให้พี่หยุดรักเจ้าในชาตินี้คงมิทันเสียแล้ว หากมีชาติหน้าฉันใดเหลืออีก ชาตินั้นแลพี่คงมิทำเช่นนั้นอีก“
✦ อาโกจีจา/เจ้าชายเมงจีสวา ✦
พีเรียดเรื่องแรกที่อ่าน ประทับใจมาก ๆ เปิดใจลองปุ๊บก็รักเลย ชอบความสำบัดสำนวน ได้อ่านนิยายที่ศัพท์แสงมาจากรากศัพท์ภาษาไทยจริง ๆ ไรต์ไม่ได้ใช้ศัพท์ยากเลยค่ะ อ่านแล้วไม่ได้ติดขัดอะไรเลยดีไปหมดเลยยย ทับใจจจ
.
ชอบที่ได้เห็นคำพูด ความคิดคนยุคสมัยก่อน สมัยนั้นคนมีมิติเดียว เกลียดก็บอกว่าเกลียด รักก็บอกว่ารัก คำพูดกับภาษากายเขาสอดคล้องกัน ไรต์ทำให้เราเหมือนได้อยู่ในยุคนั้นไปด้วย ไหนจะการบรรยายถึงบรรยากาศ เงินตรา และเครื่องนุ่งหุ่มต่าง ๆ ภาพในหัวเราชัดมากเลยค่ะ
.
เนื้อหามีการพูดถึงยุค ’พระนเรศวร/องค์ดำ‘ ในสมัยที่ถูกจับตัวไปเป็นเชลยของหงสาวดี ช่วงที่บ้านเรายังเป็นเมืองขึ้นแก่หงสา เหตุการณ์หลัก ๆ ยังคงดำเนินผ่านการอ้างอิงจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์บ้านเรา หากแต่เซ็ตติ้งเป็นประเทศพม่าค่ะ
.
เรื่องราวของพระนางทำให้เราได้เห็นอีกมุมหนึ่งของพม่ารามัญ เราเลยมองหงสาวดีไปอีกแบบเลย จากในประวัติศาสตร์บ้านเรา พม่าเป็นเสมือนตัวร้าย แต่ในนิยายทำให้เราได้เห็นพวกเขาในอีกมุม อีกทั้งตัวละครอื่น ๆ ช่วยส่งเสริมให้นิยายเรื่องนี้ออกมาได้สมบูรณ์แบบมากขึ้นเป็นอย่างดีเลยค่ะ
—
‘เอื้องดาวเรียง’ พลัดตกจากรถที่กำลังขึ้นเพื่อไปสักการะพระธาตุอินทร์แขวน หลังจากตื่นมาก็พบว่าตนเองได้เข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวชาวอยุธยานางหนึ่ง ที่เพิ่งถูกช่วยเหลือจากการตกน้ำมา เมื่อสังเกตผู้คน ภาษา และการแลกเปลี่ยนเงินตรา ถึงได้รู้ว่าตนเองถูกส่งมาอยู่ในยุคสี่ร้อยกว่าปีก่อน
.
การพยายามหาทางกลับบ้านของเอื้องดาวเรียงไม่เป็นผล อีกทั้งยังต้องเดินทางตามขบวนเสด็จพระองค์ดำไปยังกรุงหงสาวดีกับพี่สาวและพี่ชายในตอนนั้น การเดินทางมาสู่พม่า ทำให้เอื้องดาวเรียงพบเจอกับเหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้น และคาดเดาถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้จากประวัติศาสตร์พงศาวดารบ้านเรา
.
เอื้องดาวเรียงมีนิสัยอยากรู้อยากเห็น ทั้งยังหลงลืมไปบ้างว่ากฎหมายบ้านเมืองในยุคสมัยนั้นเป็นเช่นไร บางคราวอยากรู้อยากลองอะไรก็ทำโดยลืมคำนึงถึงสิ่งหนึ่งไป ว่าตนเองไม่ได้อยู่ในโลกยุคปัจจุบัน หลายครึ่งจึงเจ็บปวดจากการถูกเฆี่ยนตี และทรมานจากคนในตำหนักใน เพราะไม่รู้ความ
—
แม้จะต้องพลัดถิ่น แต่เอื้องดาวเรียงก็ปรับตัวได้ไว อีกทั้งยังเจอคนที่จิตใจดีมากมาย จึงทำการใช้ชีวิตในยุคที่ตกเป็นเมืองขึ้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด การได้เห็นยุครุ่งเรืองของหงสาวดีทำให้เอื้องดาวเรียงตื่นตาตื่นใจกับความมั่งคั่งของพระราชวังและความเป็นอยู่ของคนยุคนั้นเป็นอย่างมาก เลยไม่ค่อยมีช่วงที่เบื่อหน่าย มีก็แต่คิดถึงพ่อกับพี่ชายเท่านั้น
.
จนได้เจอกับทหารมหาดเล็กของ 'เจ้าชายเมงจีสวา' คนหนึ่งไม่ค่อยพูดค่อยจา มีชื่อว่า 'อาโกจีจา' อีกคนก็มักจะทำหน้าตาขึงขัง 'ตะนีงกะนเหว่‘ จะคอยดุเอื้องดาวเรียงราวกับทำผิดตลอดเวลา เนื่องจากตะนีงกะเหว่มีหน้าตาเหมือนพี่ชายตนเองเป็นอย่างมาก เอื้องดาวเรียงเลยพยายามเข้าหาเพราะอยากสนิทสนม และเผื่อว่าพี่ชายจะจำตนได้บ้าง แต่ไม่เลย
.
ด้วยชื่อเสียงของเจ้าชายเมงจีสวาในประวัติศาสตร์บ้านเราไม่ค่อยสู้ดีนัก อีกทั้งคนในวังยังดูแคลนความสามารถของพระองค์ว่าเป็นว่าที่กษัตริย์ที่ไม่ได้เรื่อง ประชาชนก็ไม่ค่อยยอมรับ เพราะกลัวว่าจะไม่มีความสามารถดูแลหงสาวดีได้มากเท่ากษัตริย์องค์อื่น ๆ
.
แต่ตัวตนจริง ๆ ของพระองค์ไม่เคยมีใครรู้เลย ด้วยการแสดงออกอย่างหนึ่ง ตัวตนจริง ๆ เป็นอีกแบบหนึ่ง เราชอบพระองค์มากเลย นักเขียนสามารถทำให้เราหลุดไปอยู่ในโลกของหนังสือเล่มนี้แล้วมองเห็นพระองค์ในอีกรูปแบบหนึ่ง ความไม่เอาไหนที่ทุกคนเป็นเพียงสิ่งที่พระองค์ต้องการให้เป็นอย่างนั้น
.
ใครที่พระองค์อยู่ด้วยแล้วแสดงตัวตนออกมาให้เห็นชัดมากที่สุดคือคนที่พระองค์เลือกแล้วว่าไว้ใจได้ เรื่องราวในวังเต็มไปด้วยการแก่งแย่งบัลลังค์ อีกทั้งยังต้องเฝ้าระวังศึกสงคราม การมีเอื้องดาวเรียงให้คอยพูดคุยถึงได้กลายเป็นสิ่งที่พระองค์ชอบมาก และที่มากไปกว่านั้นคือความรักที่ก่อตัวขึ้น
—
เลิฟไลน์ดีมากเลยค่ะ ชอบภาษา ชอบการแสดงออกของพวกเขามาก หลายครั้งไม่ได้พูดคำว่ารักโดยตรง แต่เราก็เข้าใจได้เลยว่าไม่มีใครรักใครมากกว่าที่พวกเขารักกัน ความรู้สึกมันค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามลำดับ จากเอ็นดู กลายเป็นเพื่อน กลายเป็นคนที่อยากอยู่ด้วยเวลาไม่สบายใจ จนค่อย ๆ รักกันขั้นมา
.
อาโกจีจารู้สึกก่อน เอื้องดาวเรียงมารู้ตัวทีหลัง แต่เป็นความรู้สึกที่แน่ชัดแล้วว่ารักกัน ภาษาพูด ภาษากายมันดีไปหมด อยากให้ทุกคนได้เห็น ความสละสลวยของภาษาและบทกลอนแต่บทมันดีมาก กลอนทุกกลอนมีความหมายที่ตั้งใจส่งไปถึงผู้รับ อีกทั้งมารู้ทีหลังด้วยว่าอาโกจีจากับเจ้าชายเมงจีสวาเป็นคนเดียวกัน
.
ในเรื่องความรักสมัยอดีตมันมีอะไรมากกว่าความรู้สึก โดยเฉพาะหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์ บ้านเมืองต้องมาก่อนสิ่งใด ไม่ว่ากษัตริย์จะตรัสอะไรก็เป็นไปตามนั้น ราชธิดาในสายโลหิตเดียวกันต้องมาแต่งงานกันเองเพราะการเมือง ความรักของคนธรรมดากับว่าที่กษัตริย์ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิด
.
นี่ชอบเวลาพวกเขาหาเวลามาเจอกันแต่ละครั้งมาก เห็นได้ชัดว่าอาโกจีอานั้นตั้งใจรักขนาดไหน คลาดกันกี่ครั้งก็มีเรื่องให้กลับมาเจอกันได้ตลอด กระทั่งวันที่ไม่มีโอกาสอีกแล้วจริง ๆ พาร์ทที่เอื้องดาวเรียงต้องจากไปจริง ๆ หนนี้เราเศร้ามากเลย จบได้สมกับที่เป็นเมโลดราม่า พวกเขารักกันมากเลย ฮื่อ ๆ
—
ใครมีหนังสืออยู่แล้ว หรือยังไม่มีก็อยากให้ลองเปิดโอกาสอ่านกันค่ะ นิยายเรื่องนี้จะเป็นที่สุดในใจของใครหลาย ๆ คนสาขาพีเรียดแน่นอน ความรักเอย ภาษาเขียนเอย ภาษากายเอย มันดีไปหมดเลยค่ะ ทุกคำที่พวกเขาสื่อสารกันล้วนแล้วแต่มีความหมายทั้งสิ้น ชอบมาก ๆ ถึงจะอ่านช้าไปหน่อยแต่ก็ชอบมาก ๆ จริง ๆ ค่ะ ฮื่อออ
.
มีตัวละครสำคัญอีหลายตัวที่เราไม่ได้พูดถึงทั้งหมด แต่จงระวัง ‘เจ้าชายนัดจินหน่อง’ เพราะคนนี้ฉลาดมาก แต่ก็มิอาจเทียบเท่าความหลักแหลมที่เจ้าชายเมงจีสวามี ชอบความรู้ทันกันของสองพระองค์นี้ เวลาประลองปัญญากันแล้วอร่อยดีค่ะ เห็นได้ชัดว่านอกจากกำลังคน และตำแหน่งแล้ว สิ่งที่จะทำให้เราชนะทุกศึกคือปัญญา ไรต์เก่งมากก ชอบมากกก ไปอ่านกันค่ะ ดีมากจริง ๆ