“ผมว่าผมก็หน้าตาใช้ได้นะ ลูกเราต้องออกมาหน้าตาดีแน่ๆ ผมเป็นสัตวแพทย์ ส่วนคุณชอบเลี้ยงสัตว์ บ้านอยู่ไม่ไกลกัน อายุไม่ห่างมากเกินไป ฐานะคิดว่าไม่ใช่อุปสรรค หน้าที่การงานผมไม่ขี้เหร่ ทัศนคติก็ไปด้วยกันได้ สมองผมนับว่าดี คุณก็ดูฉลาด ลูกเราจะมียีนที่ดี คุณเก่งศิลปะ ผมได้วิชาการ ส่วนผสมลงตัว ครอบครัวสุขสันต์ครับ”
✦ ฮลี ศศิ ✦
แค่เห็นนามปากกาก็ระแวงหลังแล้วค่ะ ตอนถามไรต์บอกว่าไม่ดรามา ถ้าผ่านเรื่องอื่น ๆ ของไรต์มาได้แล้วเรื่องนี้สบาย และโชคดีที่เราได้ภูมิคุ้มกันจาก #รักษ์ และ #มนตร์ทศทิศ มาอย่างมหาศาล แต่ถ้าจะให้พูดสำหรับเราเนื้อหาก็ไม่ได้ดรามาขนาดนั้น แต่ตัวละครนางเอกมีปูมหลังที่เจ็บปวดเหลือเกิน
.
และเราก็คงปฏิเสธกันไม่ได้ด้วย ว่าไรต์มีลายเซ็นงานที่ชัดเจนในส่วนนี้ แต่เรื่องนี้ไรต์ไม่แกงค่ะ ไม่ได้ดรามาเท่าสองเรื่องที่กล่าวถึง แต่ชะตาชีวิตนางเอกก็สมบุกสมบันไม่ต่างกัน เพียงแต่เรื่องนี้เขากอบกู้ตัวเองได้ไว ได้พบเจอกับผู้คนและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมพอจะเยียวยาตัวเองได้ ณ ตอนนั้น
.
พยายามจะระมัดระวังในการเล่าเพื่อที่จะไม่ให้มีผลกระทบต่อเนื้อหาดั่งความตั้งใจของนักเขียนที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัสผู้คน สภาพแวดล้อม และภาวะอารมณ์เหล่านั้นด้วยตัวเอง แน่นอนว่ามันไม่ง่าย ทุกครั้งที่บอกต่องานนักเขียนเราต้องนั่งทวนแล้วทนอีก ว่าตัวเองรัดกุมในการควบคุมเนื้อหามากพอหรือยัง
.
นิยายเรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติก, ดรามา, อบอุ่นหัวใจ โดยที่เซ็ตติ้งเป็นฤดูหนาวบนพื้นที่ชนบททางภาคเหนือค่ะ เราชอบเซ็ตติ้งมากเลย อ่านแล้วได้กลิ่นอายน้ำค้างตอนเช้ามืด กลิ่นไอดินที่ระเหยขึ้นมาหลังฝนตก หรือแม้แต่วิถีชีวิตของชาวบ้าน และความเป็นอยู่ของตัวละครหลักที่ให้ความรู้สึกความเป็นคนท้องที่มาก ๆ
.
‘ศศิ (ฮลี)’ เดินทางกลับบ้านในเกิดในรอบสี่ปี เพื่อกลับมาทำตามความฝันที่เคยมีร่วมกันกับใครคนหนึ่ง เขาได้เจอกับ ‘อารี (อ้อม)’ สาวชุดดำ ทำตัวลึกลับ ผู้ที่ชาวบ้านกล่าวหาว่าเป็น ‘ผีบ้า’ เนื่องจากชอบปิดหน้าปิดตา ไม่เคยมีใครเห็นหน้าเห็นตาจริง ๆ นอกจาก ‘(แม่หลวง) เหมย’ ผู้ใหญ่บ้าน และ ‘คุณพุทรา หน่า (แม่)’ ของศศิ
.
อารีมองว่าการอยู่ที่นี่ไม่เป็นปัญหาต่อตนเองสักเท่าไร แม้ชาวบ้านห้วยป่าเสี้ยวจะกล่าวหา นินทาตามประสา แต่ก็ไม่มีใครก้าวก่ายหรือขุดคุ้ยเรื่องราวของเธอ เพื่อแลกกับได้ใช้ชีวิตปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตร่วมโลก อย่างที่เคยคิดไว้ การได้ใช้ชีวิตที่ป่าซางหม่น ถือเป็นเรื่องดี ๆ ที่ยอมรับได้
.
ข้อครหาของอารีถูกปัดตกไปเมื่อศศิได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของหญิงสาวที่สะกดสายตาเขาตั้งแต่แรกเจอ ทุกครั้งที่เจอกัน สายตาคู่นั้นมักจะจับจ้องหญิงปริศนาคนนี้เสมอ จนนานวันเข้าอารีก็ทำให้เขามั่นใจและอยากเดิมพันกับตัวเองด้วยความสัมพันธ์ครั้งนี้
.
เลิฟไลน์ดีมาก ๆ slice of life ที่จริงใจ พระนางมี empathy สุด ๆ ไปเลยค่ะ ชอบม้ากกกก พี่ฮลีนี่ถูกเลี้ยงมาอย่างดี โดยที่ปูมหลังของแม่ก็ไม่ได้ดีมาก แต่หน่าสามารถเลี้ยงพี่ฮลีออกมาได้อย่างดีเลย ที่บอกว่าพี่ฮลีมีความเข้าอกเข้าใจต่อคนรอบตัว ไม่ใช่แค่อารี แต่กับเพื่อนสนิททุกคนก็จะได้รับสิ่งนี้จากเขา
.
ถ้าทุกคนได้อ่านจะรู้สึกอบอุ่นหัวใจแน่นอน ความรักของพวกเขา ยิ่งอ่านเข้าไปในบทที่ลึกขึ้น ความรู้สึก และการปฎิบัติตัวของพี่ฮลีจะยิ่งลึกซึ้งขึ้นตามความรักที่เขามีต่ออ้อม เราเห็นอ้อมถูกรักจากผู้ชายที่มีความเข้าอกเข้าใจ ไม่ตัดสินคนอื่นแบบนี้แล้วเราอุ๋งอิ๋งในใจมาก พี่ฮลีธงเขียวกว่าต้นไม้หน้าปก![]()
.
ใครชอบผู้ชายที่คอยบอกให้เราอยู่กับความเป็นจริงต้องตกหลุมรักพี่ฮลี เขามองหลักความเป็นจริงมากกว่าที่จะหาคำตอบให้กับสิ่งที่ดูเป็นไปไม่ได้ เพื่อนเลยแซะว่าขวางโลกอยู่บ่อย ๆ (ก็นะ ธรรมะแท้ไม่มีปลอบใจ55555555555) ละความคิด ทัศนคติของเขาเหมาะมาก ๆ เหมาะกับอารีน่ะ![]()
![]()
.
เอาเป็นว่าเรื่องนี้ไม่ปวดตับค่ะ อ่านแล้วมีจังหวะได้ขำกับพาร์ทเพื่อน พาร์ทของหน่ากับฮลี รวมไปถึงพาร์ทความน่ารักกุ๊กกิ๊กของหนุ่มสาวอย่างพี่ฮลีกับอ้อมด้วย เวลาพี่ฮลีจีบนี่จีบเอาคนอ่านม้วนเลยแหละ ฮื่อ ความรักของหนุ่มวัยสามสิบต้นที่อยากจะมีชีวิตคู่ที่มันคงมันเป็นอย่างนี้เองสินะ
—
เรื่องนี้ปมของตัวละครอารีค่อนข้างหนักค่ะ ตั้งแต่เด็กจนโต กว่าจะผ่านมันมาได้จนถึงวันนี้ต้องรู้สึกแตกสลายจนก้าวผ่านแล้วบอกกับคนอื่นว่าตัวเองผ่านจุดที่เกือบจะแตกดับไปแล้วไม่ใช่เรื่องง่าย ส่วนพระเอกก็ต้องทนอยู่กับข้อครหาที่คนอื่นหยิบยื่นให้ โดยที่ไม่สนใจจะแก้ต่าง เพราะรู้ตัวดีว่าตนไม่ได้เป็นคนทำอย่างที่โดนกล่าวหา
—
หากใครเคยอ่านงานของนักเขียนมาแล้ว จะรู้ว่านิยายของนักเขียนไม่ได้เน้นไปที่เซ็กซ์ซีนมาก มีแค่พอหอมปากหอมคอ แต่ก็ไม่ถึงกับตัดเข้าโคมไฟ เพียงแต่เขาฉลาดที่จะใช้คำเลี่ยงบาลีในการเขียน ไม่ให้เนื้อหาในส่วนนี้โจ่งแจ้งจนเกินไป เลยทำให้เรารู้สึกอบอุ่นหัวใจเวลาที่พระ-นางเขาส่งมอบความรักให้กัน
.
นิยายไรต์ส่วนใหญ่จะให้ฉากเซ็กซ์ซีนเกินขึ้นตอนตัวละครผูกพันลึกซึ้งต่อกัน เราชอบมาก เวลาอ่านฉากนี้แล้วรู้สึกว่าพวกเขารักกันจังเลย แล้วทั้งสายตา คำพูด การกระทำที่เกิดขึ้นระหว่างที่สองตัวละครร่วมรักกันมันเป็นมวลอารมณ์และความรู้สึกที่ดีมาก ๆ รู้สึกว่าทุกการกระทำของพวกเขามันเกิดขึ้นจากความรัก
—
ประทับใจทุกสิ่งเหมือนเคย ไม่เคยกังวลกับเวลาที่นักเขียนหายไปสร้างผลงาน เพราะเรารู้ว่าทุกครั้งที่เขากลับมา เขาจะกลับมาพร้อมสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าคุ้มค่าที่ได้รอเสมอ เรื่องนี้ธีมปก ชื่อเรื่อง ลิงก์เข้ากับเนื้อเรื่องทุกอย่าง มีเมฆบางเวลาที่หมายถึงตัวละครทั้งสองคนมีเมฆอยู่ในช่วงเวลาของชีวิต
.
เมฆในที่นี้อาจจะไม่ได้หมายถึงแค่ตัวบุคคล แต่หมายถึงช่วงเวลาทึมเทาเหมือนมีกลุ่มก้อนเมฆมาบดบังหัวใจในช่วงเวลาหนึ่ง ทั้งสองต่างมีเมฆในชีวิตของตัวเองทั้งในช่วงเวลาที่สุข หรือแม้แต่ช่วงเวลาที่หาทางออกในชีวิตไม่เจอ อีกทั้งเมฆก้อนนั้นยังเป็นสื่อกลางในการนำพาให้คนทั้งคู่ได้มาเจอกัน
.
อีกหนึ่งสิ่งที่ชอบในเรื่องคือไรต์เก็บดีเทลวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของคนชนบทได้ดีมาก ตั้งแต่เรื่องป้าข้างบ้าน ไปจนถึงการเลี้ยงสัตว์ ปลูกผักสวนครัวทำกิน ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เห็นนักเขียนยกเอาซีนห่านจิกมาใส่ เพราะเราก็เคยโดนห่านไล่จิกตอนไปเล่นกับเพื่อนบ้านตรงข้าม รีเลทมาก ๆ ค่ะ55555555555555
.
สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วกลัวว่าจะเจอสปอยล์บอกเลยว่าไม่มีแน่นอน ไปอ่านเองค่ะ ไก่ติดแกลม และเรื่องราวของพวกเขาตั้งแต่ต้นจนจบรอทุกคนอยู่ รอบนี้ไรต์ไม่แกง ให้ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจมากกว่าหน่วงแน่นอนค่ะ
—