‘เขาคือคนแปลกหน้าจากแดนไกลและฉันกำลังหลงทางไปในสุขาวดี’
✦ อินทิรา ✦
แพทย์หญิงจากยุคจอมพล ป. ฟื้นขึ้นในอีกร่างในยุคปัจจุบัน จึงพยายามค้นหาคำตอบของปริศนาการเดินทางข้ามเวลากว่า ๗๐ ปี อีกทั้งยังมีเหตุให้ต้องปกป้องเรือนปุรานที่ผูกพัน อันเป็นมรดกจากผู้เป็นพ่อ
.
นิยายรัก (ชาย-หญิง) เรื่องแรกของนักเขียน เป็นผลงานที่ผลิตขึ้นมาเพื่อลงสนามประกวด ไม่ต้องห่วงเรื่องศัพท์แสงเลย เพราะภาษาสวยมาก ลึกซึ้งในสิ่งที่ตัวละครต้องการจะสื่อสาร แต่ยังคงไว้ให้เข้าใจง่าย เล่มนี้เป็นนิยายรัก แฟนตาซี ที่มีปมสืบสวนนิด ๆ ระหว่างสาวหลงยุค x หนุ่มโปรแกรมเมอร์
.
'อินทิรา' เติบโตมาในตระกูลผู้ดี ในยุคของจมพล ป. ยุคที่มีสงครามโลกครั้งที่สอง และมีความเปลี่ยนผ่านทางการเมืองมากที่สุดยุคหนึ่ง ในยุคชายที่เป็นใหญ่ ผู้เป็นบิดามักจะจัดแจงชีวิตของคนในบ้าน ในฐานะเจ้าของเรือน แต่อินทิราแอบต่อต้านผู้เป็นพ่ออยู่เรื่อยมา จนเกิดรอยร้าวระหว่างพ่อกับลูก
.
รอยร้าวที่รอวันประสานกลับไม่ได้รับการเยียวยา เมื่อบุพการีของอินทิราประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ความสูญเสียโดยที่ยังติดค้างคำขอโทษต่อผู้เป็นพ่อทำให้อินทิราผูกตัวเองไว้กับเรือนปุรานจนเข้าข่ายยึดติด จึงคิดสานต่อเจตนารมณ์ของบิดา ด้วยการยกเรือนปุรานให้เป็นของกรมศิลปากร
.
หลังทนายความแจกแจงมรดก และดอกวาสนาที่บิดาปลูกเอาไว้ออกดอกบานสะพรั่ง อีกทั้งยังส่งกลิ่นหอมรุนแรง วันนั้นเป็นวันเดียวกับที่แพทย์หญิงอินทิราตัดสินใจเขียนพินัยกรรมเพื่อส่งต่อเรือนปุรานให้กรมศิลป์ แต่ยังไม่ทันจะลงนาม ร่างก็ดับวูบ และฟื้นขึ้นมาอีกทีในยุคสมัยของ ๗๐ ปีข้างหน้า
—
ยุคสมัยที่การแต่งกายเปลี่ยนไป ภาษาที่ใช้เกิดการเปลี่ยนแปลง ความเป็นอยู่ไม่เหมือนเดิม อินทิราที่ฟื้นขึ้นมาในร่างของ 'นิรชา' จึงเหมือนคุณป้าหลงยุค ที่ตามไม่ทันเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงที่ปุบปับ กว่าจะรู้ตัวว่า 'สพล' คนรักของนิรชาหลอกยกเค้าคอนโดไปจนเกลี้ยงก็ตอนได้พบกับ 'ตะวัน'
.
สพลไม่เพียงแต่หลอกยกเค้าคอนโด แต่หลอกเอาข้อมูลของเรือนปุรานอันเป็นมรดกของอินทิรา อีกทั้งยังหลอกให้หลงวันหลงปีด้วย เมื่อรู้ว่าถูกหลอกตะวันและอินทิราจึงหาทางติดต่อผู้ดูแลเรือนปุรานในปัจจุบัน เพื่อสืบหาพินัยกรรมฉบับที่ยังไม่สมบูรณ์ก่อนที่พินัยกรรมจะตกอยู่ในมือคนไม่ประสงค์ดีอย่างสพล
—
เลิฟไลน์ดีมาก ๆ แม้จะเป็นเรื่องสั้น แต่พัฒนาการทางความรู้สึกของตัวละครกลับเด่นชัด เป็นความรักที่เกิดขึ้นท่ามกลางความสับสน ด้วยตัวละครเป็นวิญญาณที่มาอยู่ในร่างของนิรชา อีกทั้งตะวันยังเคยแอบชอบนิรชามาก่อน การจะทำใจยอมรับว่าความรักของตะวันมีต่อตัวของอินทิราจริง ๆ มันจึงค่อนข้างยาก
.
เมื่อเวลาผ่านไป อินทิราก็ได้เรียนรู้ ว่าความรักไม่ได้ยากขนาดนั้น เมื่อได้รับโอกาสอีกครั้ง อินทิราจึงเลือกที่จะอยู่กับความเป็นจริงมากกว่าจะห่วงอดีตหรือกังวลเกี่ยวกับอนาคต กว่าจะเข้าใจว่าสิ่งที่พระท่านชี้ให้เห็นว่าควรให้ความสำคัญกับการทำปัจจุบันให้ดีก็ในตอนที่ไม่มีตะวันอยู่ข้าง ๆ
—
เป็นนิยายรักที่สอดแทรกแนวทางการใช้ชีวิตแบบไม่น่าเบื่อเลยสักตอน เอ็นดูคุณหมอหลงยุคที่เพิ่งเคยโดนหนุ่มจีบโต้ง ๆ ซีนเผยความรู้สึกตอนที่ตะวันเลือกเพลงสำหรับใช้เต้นลีลาสน่ารักมาก ๆ แตะกันนิด ๆ หน่อย ๆ ใช้สายตาและคำพูดในการสื่อสาร ไม่ต้องพึ่งภาษากายมากมาย แต่ความหมายของคำว่ารักโคตรชัด
.
พาร์ทที่เราชอบเป็นพาร์ทที่อินทิรารู้สึกว่าอยากแก้ไขในสิ่งที่ติดค้างในส่วนของตัวเองด้วยการให้ความสำคัญกับพ่อแม่ของนิรชา การได้ใช้วิชาชีพแพทย์ของตัวเองช่วยพ่อของนิรชาให้หลุดพ้นจากการตายเพียงเสี้ยววินาทีช่วยปลดล็อกอินทิราได้หลายส่วน
.
แต่ที่ชอบที่สุดเลยยกให้เป็นซีนที่นิรชากลับมาตอบคำถามที่ตะวันเคยถามเอาไว้ในวันที่เต้นลีลาสด้วยกัน ตอบช้านิดหน่อย แต่คำตอบถูกใจคนถามก็ไม่ถือว่าสายเกินไปหรอกเนอะ แอบเอ็นดูที่คุณหมอเขาโดนยัยนิแกล้งให้จูบตะวันหลังสารภาพรัก ยัยนิแสบจริงงงง สาวยุคจอมพล ป. เขินไม่ไหวแล้ว55555555555555
—
อ่านแล้วอยากเห็นฝั่นโน้นบ้าง ว่า 'เอกภพ' ต้องรับมือกับ 'นิรชา' รูปแบบไหน ตัวแสบแห่งพระนครแน่ ๆ ยัยคนนี้ แค่ได้อ่านจดหมายยังรับรู้ได้ว่านี่คือตัวจี๊ด องค์ประกอบอื่น ๆ อย่างตัวละครที่เกี่ยวข้อง การเปลี่ยนผ่านของช่วงเวลาและผู้คนก็เคลียร์ทุกจุด เนื้อหารัดกุม แถมยังเล่าเรื่องสนุกมากกก
.
ไม่ได้มีเซ็กซ์ซีนเป็นส่วนประกอบ แต่ก็ไม่ทำให้รู้สึกว่าเนื้อหาขาดอะไรไป ชอบทุกอย่างในเล่ม ชื่อตอนอ่านละรู้เลยว่านักเขียนศึกษาการเขียนและการใช้คำมาเยอะมาก ๆ ศัพท์แสงแต่ละบทเป็นคำที่เราแทบไม่เคยเห็น แต่อ่านแล้วยังเข้าใจความหมาย ชื่อเรื่องที่สะกดตามยุคจอมพล ป. พอเอามาทำไทโปคือสวยมาก