‘และสำหรับเธอ ช่วงที่ดีที่สุดของความรักกลับไม่ใช่ช่วงที่รู้สึกสนุกและตื่นเต้นใด ๆ แต่คือช่วงเวลาที่คนสองคนเข้าใจกันและกันมากที่สุดโดยที่ไม่ต้องพูดอะไรสักคำเลยต่างหาก’
✦ หลิน มัลลิกา ✦
‘หลิน มัลลิกา’ เป็นหนึ่งในตัวแทนความรักของการที่ได้คบกับคนที่ตัวเองแอบชอบมาตั้งแต่มัธยม ‘ติณณ์ ติณณดิษย์’ หนุ่มฮอตประจำโรงเรียน ที่แทบจะไม่เคยมองเห็นหลินเลยสักครั้งในสายตา กระทั่งเข้ามหา’ลัยปีสอง ทั้งคู่ก็ได้คบกันเพราะติณณ์เป็นฝ่ายเข้ามาหา ด้วยหวังจะคบเพราะเรื่องอย่างว่า
.
จริงอยู่ว่ากับติณณ์แรกเริ่มไม่ได้มาจากความชอบ แต่มาจากความใคร่ แต่ช่วงเวลาที่คบกันจนล่วงเลยเข้าสู่เจ็ดปี ทำให้ติณณ์ได้เรียนรู้ และรักหลินอย่างแท้จริง ทั้งคู่ช่วยกันประคองความสัมพันธ์มาได้อย่างยาวนาน จนเมื่อเข้าสู่ปีอาถรรพ์ เรื่องที่เคยกวนใจหลินมาตลอดก็กลับมาสั่นคลอนความสัมพันธ์ของทั้งคู่อีกครั้ง
.
ด้วยอารมณ์คุกรุ่น คำพูดต้องห้ามในความสัมพันธ์ถูกยกขึ้นมาท้าทาย โดยที่ไม่มีใครรู้มาก่อนว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ทั้งคู่จะได้อยู่ในความสัมพันธ์ฉันคนรัก ช่วงเวลาหนึ่งเดือนหลังจากไม่มีกันและกันทำให้ทั้งคู่ต่างคิดได้ว่าตอนมีกันมันดีกว่ามากแค่ไหน ภาพที่เห็นว่าอีกคนใช้ชีวิตได้อย่างปกติช่างตรงกันข้ามกับความจริงในใจของทั้งคู่
.
ความเจ็บปวดหลังเลิกรา ทำให้หลินพาลโทษตัวเอง และอยากขอกลับไปแก้ไขอดีตอยู่หลายครั้ง ว่าถ้าเป็นไปได้จะไม่ตกหลุมรักเพื่อนข้างห้องอ่างติณณ์เด็ดขาด และหลินก็ได้โอกาสนั้นอีกครั้ง โอกาสที่จะกลับไปแก้ไขอดีตที่ผ่านมา โอกาสที่ได้ได้เอาตัวเองออกจากห่างจากติณณ์ หลินได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต...
.
และช่วงเวลาที่หลินได้ย้อนกลับไปนั้นทำให้หลินได้สำรวจตัวเองในช่วงเวลานั้น เมื่อรู้ผลลัพธ์ และอยากจะแก้ไขเรื่องราว หลินเลยพยายามทำทุกทางเพื่อไม่ให้ตัวเองสนใจเพื่อนข้างห้องคนนั้น แต่การรับมือกับติณณ์สำหรับหลินไม่เคยเป็นเรื่องง่าย เพราะเรื่องราวใน ‘หนังสือรุ่นเล่มเก่าไม่เหมือนเดิม’
—
เลิฟไลน์ดีมากเลย เรามักจะได้ยินคำว่า ‘รู้งี้’ ก็ต่อเมื่อเราได้ทำ หรือค้นพบเรื่องเหล่านั้นหลังจากที่มันกลายเป็นอดีตไปแล้ว พอมีโอกาสได้ย้อนกลับไป เราที่รู้ผลลัพธ์ของเรื่องทั้งหมดอยู่แล้ว ใครบ้างจะไม่อยากเปลี่ยนเรื่องราวก่อนหน้า เพื่อรักษาสิ่งที่ดีกว่าผลลัพธ์นั้นไว้
.
วัยมัธยมของหลินกับติณณ์น่ารักมากอะ ถ้าใครสังเกตมันจะไอ้นั่น มันจะมี ๆ ทุกคนต้องเก็บรายละเอียดดี ๆ ไรต์อินดีเทลดีมากเลย เวลาหลินพูดถึงติณณ์ว่าเคยเครซีอีกคนขนาดไหนคือภาพชัดมาก เห็นภาพตัวเองเวลาแอบกรี๊ดรุ่นพี่ในโรงเรียน แค่เดินผ่านหน้าห้องเรียนเขาก็ดีใจละ แล้วมีจังหวะสวนกันจนได้กลิ่นเสื้อผ้ามันบับ![]()
.
ตอนติณณ์จีบหลินเราจะบ้า ทุก ๆ การกระทำของเขามันมีความหมายแฝงหมดเลย วิธีการจีบของติณณ์น่ารักอะ เอ็นดูความโทรหา เนียนแจกเบอร์ ป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ ทำให้รู้ว่าชอบนะ เราชอบมาก ๆ ตอนที่ติณณ์ไปซื้อกุหลาบที่บ้านหลินอะ ไอ้บ้าเอ้ยยย ยิ่งพอรู้ว่ากุหลาบกระถางมันจะไปอยู่ที่ไหนเราก็ยิ้มแก้มจะแตก![]()
.
เราชอบอ่านนิยายที่เล่าพาร์ทมัธยมอะ เหมือนได้กลับไปนึกถึงตัวเองช่วงเวลาที่ตัวละครกำลังอยู่กำลังเป็น ตัวเราเองเป็นแบบไหน ดีมากเลยยย แล้วในม.หกของพวกเขาอะ ที่ขาดไม่ได้เลยคือมิตรภาพในกลุ่มเพื่อน ทุก ๆ elements ของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในกลุ่มเพื่อนมันเรียลมากและจับต้องได้จริง ดีแบบม้ากกก
.
ความสัมพันธ์ของครอบครัวก็ดีมาก ๆ อ่านพาร์ทนี้แล้วเราจุกอก คือมันตื้นตัน เหมือนเราจากบ้านมาทำแต่งาน หาแต่เงินจนบางครั้งลืมนึกถึงคนที่อยู่บ้าน มีวันหยุดก็อยากพัก ไม่อยากเดินทางไปไหน ไม่อยากเจอใคร แม้กระทั่งคนในบ้าน คนที่อยู่ใกล้เรามากที่สุด แต่ตอนอ่านก็ทำให้เราตระหนักได้มากที่สุดว่าเกือบลืมคนเหล่านี้ไป![]()
.
แต่พอนาน ๆ กลับไปที ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ทุกอย่างที่หมายถึงคนที่รอเราอยู่บ้าน หลายคนที่จากบ้านไปไกลถึงได้พูดเสมอว่า ‘กินข้าวที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่ากินข้าวบ้าน’ ตอนหลินได้กินข้าวฝีมือแม่ แล้วนึกถึงสิ่งที่ตัวเองหลงลืมคนที่บ้านแล้วเราโคตรอีโมเลย ทั้งกับข้าวฝีมือแม่ ทั้งการได้ต่อปากต่อคำกับน้องที่ห่างหายไปนาน ฮื่อ~
.
ที่ MVP ก็คำสอนของคุณยายอะ คนที่ผ่านโลกมามาก ผ่านการใช้ชีวิตมาก่อน พอได้ฟังเขาสอนเรื่องที่เราหาทางออกไม่ได้แล้วมันเหมือนถูกเติมเต็มสิ่งที่เราขาดไป เรื่องความสัมพันธ์มันไม่ง่ายเลย บางเรื่องไม่เคยเจอ แก้ปัญหาไม่เป็น พอได้ปรึกษาคนที่ผ่านเรื่องทั้งหมดมาก่อนแล้วมันเลื่อมใสในตัวเขาจริง ๆ คุณยายน่ารักมาก
—
ดรามานิดหน่อยในเรื่องของความสัมพันธ์พระนางค่ะ เป็นเรื่องที่จับต้องได้จริง และเห็นได้จากคู่รักทั่วไป การได้ใช้ชีวิตร่วมกันนาน ๆ จนเกิดความเคยชิน จนบางครั้งละเลยจุดที่ควรจะให้ความสำคัญ เรื่องบางเรื่องไม่ได้พูดออกไปตรง ๆ เกิดปัญหาก็ปล่อยไว้อย่างนั้น ไม่เคยได้เปิดใจคุย นานวันเข้าก็คล้ายระเบิดเวลา
.
เวลาทะเลาะกันต่างฝ่ายก็ต่างโมโห พูดคำที่ไม่ควรพูด ไม่มีเวลาได้คิดว่าสิ่งที่พูดออกมาเราตรึกตรองดีหรือยัง หรือเพียงแค่อยากให้อีกฝ่ายเจ็บปวด รู้สึกผิดกับสิ่งเหล่านั้น มองข้ามเรื่องราวดี ๆ ที่มีร่วมกันมาตั้งหลายปี แล้วโฟกัสแค่ช่วงเวลาที่กำลังเดือดดาลอยู่ ณ เวลานั้น กว่าจะรู้ตัวว่าทำสิ่งที่ไม่ควรทำลงไปก็ตอนที่เกือบจะไม่มีโอกาสให้แก้ไขแล้ว
—
ชอบมาก ๆ ที่สุดดด ช่วงต้นเรื่องแม้เราจะเดาได้ตั้งแต่แรก แต่ระหว่างทางมันดีมากจริง ๆ ที่ได้เห็นพวกเขาในวัยมัธยมอีกครั้ง ได้เลือกทำอะไรที่ปกป้องตัวเอง ได้ทำสิ่งที่อยากเปลี่ยนแปลง ได้เห็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เคยมองข้าม ณ ช่วงเวลานั้นและพยายามที่จะแก้ไขให้มันถูกต้องมากที่สุด
.
การมีโอกาสได้ย้อนกลับไปมองจุดที่ตัวเองเป็น ได้ระลึกถึงสิ่งที่ตัวเองเคยเลือก แม้จะขัดกับความจริงในวันข้างหน้า แต่กลับถูกต้อง ณ เวลานั้น ได้ข้อคิดจากสิ่งที่เลือกทำ ได้เปิดใจกับคนรอบตัว ได้ความเห็นที่แตกต่างจากมุมที่ไม่เคยมอง ได้ลองใช้เส้นทางที่ตัวเองเลือกใหม่อีกรอบ เพื่อที่จะเรียนรู้ว่าสุดท้ายแล้วอดีตไม่สามารถแก้ไขได้
.
ชอบมากกกกก ไม่บ่อยที่เราจะได้อ่านนิยายที่ทิ้งอะไรไว้ในใจแบบนี้ อ่านจบแต่ความรู้สึกไม่จบ ทุกอย่างมันยังคงไหลเวียนอยู่ในหัว หลาย ๆ เรื่อง บางเหตุการณ์ที่ตัวละครต้องเจอ มันก็ remind เราไปในตัว เหมือนช่วยเตือนเราไปด้วย เมื่อก่อนเราใกล้ชิดสิ่งนี้มากแค่ไหน วันนี้เราหลงลืมอะไรรอบตัวไปไหมนะ หรือเรารักตัวเองมากพอหรือยัง![]()
![]()
.
ไรต์เก่งมากอะ เราโคตรจะอิน ภาษาย่อยง่าย ทุกองค์ประกอบจับตองได้ อย่างคำถามนี้เราก็เคยถามตัวเองนะ ว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้เราจะเปลี่ยนอะไรไหม มีวัยเด็กที่เราไม่ชอบตัวเอง แต่พอมองตัวเองตอนนี้ก็ไม่ได้อยากกลับไปแก้อะไร ถ้าเราเลือกเดินอีกทางจะได้เป็นเราอย่างวันนี้ไหม จะได้เจอแฟน ได้เลี้ยงหมาแบบนี้หรือเปล่า และสำหรับเราทุกอย่างที่เกิดขึ้นแล้วดีเสมอค่ะ![]()
.
นักเขียนใส่รายละเอียดหลาย ๆ อย่างไว้ในนี้เยอะมาก ๆ ค่ะ ทั้งช่วงเวลาและบุคคลที่เราอาจจะทำหล่นหาย หรือลงลืมพวกเขาไป เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้น ในครั้งแรกเราเคยดีใจ มีความสุข หรือทุกข์ต่อมันมากแค่ไหน แต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องเล่าที่เราแทบจะไม่รู้สึกอะไรถึงมัน