"ผมจะบอกรักคุณทุกวัน บอกตลอดเวลาที่คุณต้องการ ให้มันทวีคูณมากกว่าคำโกหกของผมที่ทำให้คุณเสียใจ"
✦ โจโฉ ✦
เอาจริงอ่านจบตั้งแต่วันแรก ๆ แต่กักตัวช่วงโควิดเลยไม่ได้มาเขียน feed back ให้เลย เมายาหมอ กินยาแล้วนอนทั้งวัน55555555555 ตอนแรกคิดว่าจะลืมเนื้อหาแล้ว แต่ขอบคุณคุณมินนิคในการออกนิยายแต่ละเล่มแล้วมีชื่อตอนให้พวกเราเสมอเลย ส่วนนี้ช่วยกระตุ้นความทรงจำหลักของแต่ละตอนได้ดีมากค่ะ
กว่าโกโจของหมวยเล็กจะก้าวขาออกจากเซฟโซนของตัวเองได้ ฉันจะร้องตามหมวยเล็กกับกะทิ น้องจีนต้องภูมิใจที่โกมีวันนี้ได้ ซึ่งเราเองก็ดีใจไม่ต่าง เพราะว่าเขาสามารถก้าวผ่านเรื่องราวที่จมอยู่กับอดีตออกมาได้แล้ว เพราะถ้าแกไม่ก้าวออกมา ฉันจะสาปแล้วนะ ต่อให้คุณโจจะหล่อเท่มากแค่ไหนก็ตาม55555555
เรื่องนี้ความสัมพันธ์ของพระนางค่อนข้างไปไว เพราะนางเอกของเราลูกล่อลูกชนแพรวพราวมาก มัดรวมทุกกลเม็ดการจีบหนุ่ม การขายอ้อยทั้งคันรถมาไว้ที่เล่มนี้เล่มเดียว
จีบแบบไม่ให้เหยื่อตกใจ จีบแบบไม่กระโตกกระตาก จีบแบบมีชั้นเชิง ตอนอ่านคือยกนิ้วโป้งให้กะทิไปเลยสองนิ้วโป้ง หาโอกาสให้ตัวเองเข้าใกล้คุณโจได้เก่งมาก
ปกติเวลาอ่านนิยาย หลัก ๆ แล้วเราจะเจอเรื่องที่พระเอกรุกจีบก่อน เรื่องนี้ไม่ต้องรอค่ะ เพราะพระเอกซื่อบื้อ แถมยังเขินคนสวยอีก กะทิของเราทำแต้มนำไปตั้งไกล แต่ถามว่าใครร้ายกว่าใครเรื่องนี้บอกเลยพอกันทั้งคู่
ผู้สาวแพรวพราวกับผู้บ่าวเจ้าเล่ห์ ผู้บ่าวของเราก็คืออ่อยยังไงไม่ให้สาวรู้ว่าอ่อย เนียนมากกกกกก แต่ก็อย่างว่าอะเนอะ ไม่พูดไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ พอได้อ่านพาร์ทคุณโจเขาละแบบ หืมมมม ร้ายยยย รู้ทันทุกอย่าง แต่ทำเป็นเล่นบทคนไม่รู้เรื่อง โกโจของน้องจีนร้ายกว่าใคร
ปมหลักอยู่ที่พระนางทั้งคู่ ทางฝั่งกะทิเป็นเรื่องของทางบ้านที่ครอบครัวมีความเชื่อเกี่ยวกับโหราศาสตร์ ให้ความสำคัญกับการดูดวง แล้วก็มีเรื่องเป็นภัย กระติ๊บพี่สาวกะทิที่มักจะชอบเอาตัวเองมาเปรียบเทียบกับน้องสาว ว่าไม่สวยเท่า ไม่ดีเท่าด้อยค่าตัวเอง
กะทิเข้าใจตรงนี้ดีก็พยายามปลอบใจพี่สาวไม่ให้คิดมาก ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็เจ็บปวดกับการถูกเปรียบเทียบไม่ต่างกัน การที่ทั้งสองคนถูกเปรียบเทียบมาตั้งแต่เด็ก ๆ ทำให้ทั้งสองคนมีระยะห่างระหว่างกันพอสมควร
ส่วนของโจโฉเป็นเรื่องของความรักในอดีต เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตส่งผลให้ปัจจุบันคุณเขาปิดกั้นเรื่องความรักและไม่กล้าเปิดรับใครเข้ามาเพราะกลัวจะเกิดเหตุการณ์ให้ต้องเลือกเหมือนอย่างในอดีต ด้วยสัญชาตญาณความเป็นพี่น้องและครอบครัว เมื่อเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นจิตใต้สำนึกก็ต้องพุ่งไปที่ครอบครัวก่อนอยู่แล้ว
สุดท้ายแล้วความรู้สึกพวกนั้นก็หมดไปเมื่อคนบื้อเริ่มโดนพี่ภัคตบซ้าย น้องจีนตบขวา กะทิตีแสกหน้าอีกที กว่าจะรู้ใจและยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ฉันลุ้นจนแห้ง โห การกระทำคือนำไปแล้วจ้า ฟีลแฟนเวอร์ แต่ปากบอกไม่ได้ชอบเขา ไม่เห็นโลงศพไม่หลังน้ำตา ต้องให้มีดรามาก่อนนะโก อย่าหาว่าหมวยกับพี่ภัคสอนเลยนะ
อยากจะมอบโล่ MVP ให้พี่ภัค หลัวยังไงก็คือหลัวอยู่วันยังค่ำ ถ้าไม่ได้พี่ภัคกับหมวยเล็กโกไม่น่าจะได้เมียนะ ซื้อบื้อจริง ทุกอย่างชัดเจนมาก ชัดเจนมาตลอดทั้งตัวคุณโจขาเองแล้วก็ทางฝั่งกะทิเอง แต่คุณโจเขาไม่ยอมรับความจริงค่ะ เขากลัวอดีตจะซ้ำรอย
สุดท้ายแล้วเกิดเรื่องเข้าใจผิด บวกกับที่กะทิทนอยู่ในจุดนี้ไม่ได้แล้ว เลยเลือกที่จะเดินออกไปจากความสัมพันธ์รูปแบบนี้เอง ทีนี้ละพอสาวหายไปก็หอบดอกไม้ไปให้ทุกวันที่ออฟฟิศ ทฤษฏียี่สิบเอ็ดวันก็มา ถึงตาน้อนทิเล่นตัวบ้าง เหนื่อยมั้ยคะคุณโจ
กะทิเล่นตัวไม่นานค่ะ เพราะความต้องการและเป้าหมายน้องเขาชัดเจนมาตั้งแต่แรกว่าต้องได้ผู้ชายคนนี้ เล่นตัวมากเดี๋ยวอด แต่พอวันที่ยี่สิบเอ็ดวันที่ตัดสินใจจะให้โอกาส คนส่งดอกไม้ดันหายไปซะนี่ แต่พอได้เจอกันเหตุผลก็ฟังขึ้นอยู่ค่ะ คุณเขาเตรียมตัวมาดี ยังไงวันนี้ก็ต้องให้อีกดอก ละก็ตามสัญญา กะทิคืนดีตามคำพูดที่ปฏิญาณไว้กับพวกเรา
ก็หลังจากที่เขากลับมาคบกับเซ็กซ์ซีนก็นัวมาก ไม่มีใครยอมใคร ไม่ว่าจะคุณโจขา หรือว่าคุณกะทิ เข้าใจความหมายของคำว่ากะทิในต้มยำก็ตอนนี้ ตอนที่ทั้งคู่มีอะไรกันครั้งแรกว่าดีแล้ว พอตอนเขากลับมาคบกัน แล้วคุณโจของเราสามารถแสดงความรักได้อย่างเต็มที่เพราะตอนนี้เป็นแฟนกันแล้ว กะทิไม่ได้พักเลยนะ แต่กะทิใจสู้มาก จัดมาเลยทิยังไหว
คู่นี้คือสมมง เรื่องนี้เซ็กซ์ซีนเดือดกว่าทุกเรื่องที่ผ่านมาเลย มันเป็นนัว เป็นแซ่บ คุณมินนิคเหมือนก้าวข้ามเซฟโซนตัวเองไปแล้ว เพราะเรื่องก่อน ๆ หน้าเหมือนจะไว้ตัวนิด ๆ ไม่อยากกระโตกกระตากกับลูกสาว ไม่อยากให้ลูกสาวบอบช้ำ แต่เรื่องนี้กะทิสู้มาก คุณโจขาจะงัดไม้ไหนออกมาทิสู้ได้หมด ชีหัวไวมาก เป็นงานเป็นการ คุณโจขายังทับใจ แล้วคนอ่านอย่างเราจะเหลืออะไร
เอาจริงปะแค่ดีปคิสของพวกเขาก็คือกินขาดแล้ว โกโจจูบดีฉิบหาย เป็นผู้ชายที่เซอร์และเซ็กซี่ได้ในเวลาเดียวกัน ฮืออออออ เลือดแทบพุ่งงงงงงง
อีกอย่างรู้สึกว่าการบรรยายเล่มนี้ภาษาเป็นทางการขึ้น ด้วยความที่กะทิเป็นคนสุภาพอ่อนโยนด้วยหรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่เราสังเกตเห็นคือภาษามันดูว่าคุณมินนิคปรับการเขียนให้เป็นทางการมากขึ้น รู้สึกแบบนั้นจริง ๆ อาจจะเพราะอยากให้เข้ากับบุคลิกของตัวละครและวัยของพวกเขาด้วย ซึ่งอันนี้ชอบมาก ที่มีการปรับการเขียนไปตามบุคลิกของบุคคลนั้น ๆ มันเพิ่มความรู้สึกสมจริงขึ้นมาได้เยอะเลย